สถิติ
เปิดเมื่อ8/07/2011
อัพเดท31/12/2013
ผู้เข้าชม431149
แสดงหน้า563079
บทความ
บทความทั่วไป
แนวคิดการพัฒนาทักษะชีวิตในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
พัฒนาความรู้พื้นฐานต้นแบบภาษาไทยมืออาชีพ
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
เก็บตกจากกิจกรรมการแสดงวิทยาศาสตร์ (Science Show)
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การขอรับการตรวจขั้นที่ 5
การแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาลูกเสือ
การจัดกิจกรรมเดินทางไกลและแรมคืน (การอยู่ค่ายพักแรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด)
วุฒิทางลูกเสือ และยุวกาชาด
การศึกษาปฐมวัย
ผลการประเมินวาระ 2 ปีปฐมวัย ระยะที่ 1
แบบประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย หมวดประสาทรับรู้
แบบประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย หมวดชีวิตประจำวัน
ความสัมพันธ์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย กับหลักสูตรการสอนแบบมอนเทสซอรี
วาระั 2 ปี แห่งการศึกษาปฐมวัย
ยกคุณภาพการศึกษาอย่างไรก็ไม่ขึ้น
การสอนแบบมอนเทสซอรี
ชมรมนักการศึกษาปฐมวัยแห่งประเทศไทย
อนุบาลญี่ปุ่น
การสอนแบบมอนเทสซอรี หมวดชีวิตประจำวัน
ศูนย์ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมปฐมวัย
รายชื่อสมาชิกชมรม สมาชิกวารสาร
ผลการปฏิบัติที่ดี ศน.บุญชู อังสวัสดิ์
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมนักการศึกษาปฐมวัย
ศูนย์วิจัยการศึกษา สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
ข้อสังเกตจากการตรวจผลงานทางวิชาการ ของ ดร.บุญลือ ทองอยู่
สโมสรลูกเสือเมืองนารัง
ข้อบังคับสโมสรลูกเสือเมืองนารัง
ปฎิทิน
April 2014
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
   
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

การสอนแบบมอนเทสซอรี

แบ่งปันให้เพื่อน อ่าน 46906 | ตอบ 24
การสอนแบบมอนเทสซอริ  (Montessori)
             
·         บุญชู  อังสวัสดิ
 
             จากการที่ผู้เขียนได้เข้าอบรมการสอนแบบมอนเทสซอริระดับปฐมวัย (3-6 ปี) ตามหลักสูตรของสมาคมมอนเทสซอริสากล (AMI) ในปี 2552-2553 ตามโครงการพัฒนาการสอนแบบมอนเทสซอริ ของ สพฐ.  จากการได้ศึกษาดูงานการสอนแบบมอนเทสซอริในประเทศออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์  สพป.นครปฐม เขต  1  สพป.เชียงราย เขต  1 และเขต  3  และโรงเรียนเอกชน รวมทั้งการการศึกษาวิจัย การพัฒนาการสอนแบบมอนเทสซอริระดับปฐมวัยในบริบทประจวบคีรีขันธ์  2  ปี ความรู้และประสบการณ์  จากการศึกษาเล่าเรียน  ศึกษาเอกสารตำรา เรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ สรุปได้ว่า ปรัชญา แนวคิด ทฤษฎี ในการจัดการศึกษาปฐมวัยส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกัน เช่น พัฒนาเด็กแบบองค์รวม  เรียนรู้จากการปฏิบัติ สิ่งแวดล้อม ตามความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคล การเลียนแบบ อารมณ์ทางบวกมีผลต่อการเรียนรู้ ผู้ปกครองมีความสำคัญ แต่จะแตกต่างกันที่วิธีการในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ซึ่งแต่ละแนวคิด ทฤษฎีมีจุดเด่น จุดด้อยต่างกันไป  แต่ผู้เขียน โดนใจวิธีการสอนแบบมอนเทสซอริ เพราะว่า เป็นการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นรายบุคคล จากการศึกษาค้นพบด้วยตนเอง ตามความต้องการ ความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างอิสระ จากอุปกรณ์ที่เป็นระบบ ระเบียบ มีขั้นตอน เป็นรูปธรรมสู่นามธรรม มีจุดสนใจ ตัวควบคุมความบกพร่อง มีวิธีการสอนที่เป็นขั้นตอน ละเอียด ประณีต  ส่งผลให้เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล มีระเบียบวินัยในตนเอง มีสมาธิในการทำงาน พึ่งพาตนเองได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่น รักสิ่งแวดล้อม 
                 อย่าเพิ่งเชื่อผมนะครับ ลองมาติดตามดูว่าการสอนแบบมอนเทสซอริเป็นอย่างไร
 
ก่อเกิด.....
              ศาสตราจารย์  ดร.มาเรีย  มอนเทสซอริ  (Maria  Montessori)  (ค.ศ. 1870 –1952,  พ.ศ. 2413 –2495)  จบการศึกษาแพทย์ศาสตร์บัณฑิต  ปรัชญาและจิตวิทยาการทดลอง  เป็นผู้คิดค้นการสอนแบบมอนเทสซอริ  โดยเริ่มศึกษาทดลองกับเด็กบกพร่องทางสติปัญญา  และส่งเด็กอายุ  8  ปี  ไปสอบ   ซึ่งเด็กสามารถสอบผ่านการอ่าน  เขียน  ตามเกณฑ์ของเด็กปกติของรัฐได้  เป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็น       “สิ่งมหัศจรรย์ของมอนเทสซอริ”
              ต่อมาได้ศึกษาเรียนรู้กับแพทย์  นักการศึกษา  นักคณิตศาสตร์  นักวิทยาศาสตร์  และสถานศึกษาถึงศาสตร์ต่าง ๆ นำมาคิดค้น พัฒนาอุปกรณ์ ทดลองใช้กับ เด็กปกติ หลายปี จนสรุปเป็นองค์ความรู้การสอนแบบมอนเทสซอริ สำหรับเด็กอายุ  1 –18  ปี  มีโรงเรียนการสอนแบบมอนเทสซอริแห่งแรกในประเทศอิตาลี  ในปี ค.ศ. 1907  (พ.ศ. 2450)  เรียกว่า  Casa  Dei  Bambini  หรือ  Children’s  House  “บ้านเด็ก”  ที่ดูแลเด็ก  3 –7  ปี  จนเป็นที่ยอมรับทั่วไป และได้รับแต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยกรุงโรม ประเทศอิตาลี
 
ก้าวไกล.....
              ปัจจุบันการสอนแบบมอนเทสซอริได้ก้าวไกล  เผยแพร่ไปทั่วโลกกว่า  110  ประเทศ  เช่น  อินเดีย  นิวซีแลนด์  ออสเตรเลีย  อังกฤษ  อเมริกา  ฝรั่งเศส  สเปน  เยอรมัน  เม็กซิโก  จีน  เกาหลี  ญี่ปุ่น  สิงคโปร์ ฯ  โดยมีสมาคมมอนเทสซอริสากล (The  Association  Montessori  of  International:AMI)  เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่  ตั้งอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม  ประเทศเนเธอแลนด์  และมีสมาคมมอนเทสซอริของประเทศต่าง ๆ เป็นเครือข่ายการพัฒนา
 
สู่ประเทศไทย.....
              พ.ศ. 2483  ประเทศไทยมีการสอนแบบมอนเทสซอริครั้งแรก  ที่โรงเรียนดรุโณฑยาน  กรุงเทพฯ  โดย  ครูฉลบชลัยย์  พลางกรู  ซึ่งเรียนจากประเทศอังกฤษ  เป็นโรงเรียนเอกชน  ต่อมาโรงเรียน
               พ.ศ. 2529  เปิดสอนที่โรงเรียน อนุบาลกรแก้ว  กรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนเอกชน                  และมีโรงเรียนต่าง ๆ  อีก  เช่น  โรงเรียนในโครงการพระราชดำริฯ  ดอยตุง  จ.เชียงราย  โรงเรียนในโครงการของมูลนิธิโคมลอย จ.เชียงราย  ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
               พ.ศ. 2549 –2553  มีโรงเรียนที่พัฒนาโดยสมาคมมอนเทสซอริประเทศไทย  ตามหลักสูตร  AMI  ร่วมกับสถาบันพัฒนาครู  คณาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษา  สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ใน อีกกว่า  70  โรงเรียน  ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1  ขอนแก่น เขต 3  และเขต 2  ศรีสะเกษ เขต 4  แพร่ เขต 1  อุตรดิตถ์ เขต 1  ตาก เขต 2  ลำพูน เขต 1  สุโขทัย เขต 1  นครสวรรค์ เขต 1  หนองบัวลำภู เขต 1  มหาสารคาม เขต 1  ร้อยเอ็ด เขต 2  หนองคาย เขต 1  สระบุรี เขต 2  ราชบุรี เขต 1  ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1  ยะลา เขต 1 –2  ปัตตานี เขต 1 มูลนิธิดวงประทีป  และโรงเรียนเอกชนในจังหวัดชลบุรี  เชียงราย  กรุงเทพฯ  เทศบาลตำบลร้องกวาง  จ.แพร่                                                   
        พ.ศ.  2554  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งครูเข้าอบรมหลักสูตรการสอนแบบมอนเทสซอริระดับปฐมวัย (3-6 ปี) ตามหลักสูตร  AMI   ณ  ศูนย์ฝึกอบรมวัดมิ่งเมือง อ.พล จ.ขอนแก่น  จำนวน  200  คน  จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั่วประเทศ  ซึ่งจัดโดยสมาคมมอนเทสซอริแห่งประเทศไทย  (MAT)  การสอนแบบมอนเทสซอริในประเทศไทย ขับเคลื่อนโดยสมาคมมอนเทสซอริแห่งประเทศไทย  เครือข่ายครูมอนเทสซอริในเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ   มูลนิธิโคมลอย จ.เชียงราย  และหน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ
 
ปรัชญาและหลักการสอนแบบมอนเทสซอริ   
                                                  
         มอนเทสซอริ  เน้นการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม เป็นรายบุคคล ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล โดย เด็กจะเรียนรู้ได้ดีจากการศึกษาค้นพบด้วยตนเอง ตามความสนใจ  ความต้องการตามธรรมชาติของแต่ละบุคคลอย่างอิสระ  จากสภาพแวดล้อมที่จัดเตรียมไว้อย่างสมบูรณ์ มีจุดมุ่งหมายสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เนื่องจาก
              1.  ทุกคนมีแนวโน้มความเป็นมนุษย์  (Human  Tendencies)  ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิตที่จะเป็นพลังชีวิตหรือตัวตนของแต่ละคน (Horme) เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสู่ความเป็นคนที่สมบูรณ์  ซึ่งแนวโน้มความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอแตกต่างกัน คนที่มีแนวโน้มความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ก็จะสามารถพัฒนาสู่ความเป็นคนที่สมบูรณ์ได้ดี  ตรงกันข้ามถ้าเด็กมีแนวโน้มความเป็นมนุษย์น้อยก็ยากที่จะพัฒนาเป็นคนที่สมบูรณ์ได้
              2.  เด็กมีจิตซึมซับ  (Absorbent  Mind)  เด็กจะซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวไว้ในตัวอย่างง่ายดาย ไม่สามารถต่อต้านได้ โดยไม่เลือกทั้งสิ่งที่ดี และไม่ดี เหมือนฟองน้ำซับน้ำ เปรียบได้กับสุภาษิตไทยที่ว่า  ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น หรือ การเลียนแบบ ตามแนวคิดของ แบนดูรา และจิตซึมซับจะหมดไปหลังอายุ  6  ปี  แต่สิ่งที่ซึมซับไว้จะอยู่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต เราจึงต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ๆ ให้กับเด็ก
              3.   เด็กมีช่วงการเรียนรู้ไว  (Sensitive  Periods)  คือ  ช่วงอายุที่เด็กจะเรียนรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ดีที่สุดและง่ายดาย  แต่ถ้าเลยช่วงอายุนี้ไปแล้วจะเรียนรู้ได้อย่างยากลำบาก เช่น เด็กจะเรียนรู้ภาษาตั้งแต่แรกเกิดถึง  6  ปี  และจะสูงสุดในช่วง 2 ปี ครึ่ง - 3 ปี  เด็กจะพัฒนาระบบระเบียบเมื่ออายุ 1-2  ปี   บางคนเรียกว่าโอกาสทองของชีวิต หรือ ช่วงเวลาหลักของชีวิต  หรือโอกาสแห่งการเรียนรู้ หรือที่มีผู้กล่าวไว้ว่า กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับ สุภาษิตไทย ที่ว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก  และช่วงการเรียนรู้ไวจะจางลงเมื่ออายุเลย 6 ปี   ไปแล้ว เราจึงต้องพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยให้ถึงขีดสุดของศักยภาพ เพื่อให้สามารถพัฒนาต่อยอดได้ดีในวัยที่สูงขึ้นต่อไป ดังสุภาษิตไทยที่ว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก ก่อนที่ช่วงการเรียนรู้ไวจะหมดไป
              4.   พัฒนาการ 4 ระนาบ  (4  Plans  for  Development) พัฒนาการแต่ละระนาบมีลักษณะเฉพาะแต่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันกับระนาบต่อไป  ถ้าพัฒนาการระนาบต้นไม่สมบูรณ์ก็จะส่งผลต่อการพัฒนาในระนาบต่อไป ก็จะพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์  โดยเฉพาะพัฒนาการระนาบที่ 1  อายุ 0 –6  ปี  เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด  และเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อพัฒนาการวัยต่อไป
              5.   การยอมรับนับถือเด็ก  การจัดการศึกษาต้องสนองธรรมชาติ  ความต้องการ  ความสนใจ  รับฟังความรู้สึก  ความคิดเห็นของเด็ก เคารพสิทธิเด็ก ไม่ใช่การทำตามความคิด ความต้องการของผู้ใหญ่ จึงไม่ตำหนิ  ทำโทษเด็ก
              6.   การศึกษาค้นพบด้วยตนเอง เด็กจะเรียนรู้ด้วยการเลือกปฏิบัติอย่างอิสระ สามารถควบคุมตนเอง  ทำงานด้วยตนเอง  แก้ไขข้อบกพร่องด้วยตนเอง  ส่งผลให้เกิดสมาธิ ระเบียบวินัยจากภายในตัวเด็กเอง จะเป็นระเบียบวินัยที่ยั่งยืน  เกิดความพึงพอใจ เห็นคุณค่าในตนเอง  จะทำให้เกิดพลังที่จะเรียนรู้ต่อไป
              7.   การเตรียมสิ่งแวดล้อม  เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์  มีจุดมุ่งหมาย  เป็นระบบระเบียบ  ให้เด็กมีอิสระในการเลือกอุปกรณ์อย่างมีอิสระตามขอบเขต  จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ฝังแน่น มีความรับผิดชอบ  สร้างระเบียบวินัย  รู้จักควบคุมตนเอง  พึ่งพาตนเองได้
              8.   การสอนแบบคละอายุ  เนื่องจากสภาพชีวิตจริงในสังคมจะมีคนหลายอายุอยู่ด้วยกัน    จะเกิดการเรียนรู้จากกันและกัน  ช่วยเหลือ  แบ่งปัน  จึงจัดสภาพการเรียนการสอนให้เหมือนสภาพจริง  ในสังคม  เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปตามธรรมชาติ    
 

สรุปแนวคิด  หลักการ  ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
 
มอนเทสซอริ
(Montessori)
เฟรอเบล
(Froebel)
เพียเจต์
(Piajet)
ดิวอี้
(Dewey)
ธอร์นไดค์
(Thorndike)
 
- ศึกษาค้นพบ
ด้วยตนเองจาก
สิ่งแวดล้อม
- การใช้ประสาท
สัมผัสที่ประณีต
- ความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล
- อิสรภาพ เจตจำนง
- รูปธรรมสู่นามธรรม เป็น
ระบบ ระเบียบ
-ยอมรับนับถือเด็ก
-จิตซึมซับ ช่วงการเรียนรู้ไว
-ทำซ้ำ
- พ่อแม่ผู้ปกครอง
 
 
- การเรียนรู้จาก
การเล่น/ทำ
กิจกรรม
- ระบบ ระเบียบ
ขั้นตอน
- การใช้ประสาท
สัมผัส 
- ความมีอิสระ
- เด็กทุกคนมี
ศักยภาพ
ต้องได้รับ
การกระตุ้น
 
- การปฏิสัมพันธ์
กับสิ่งแวดล้อม
-รูปธรรมสู่
นามธรรม
- การใช้ประสาท
สัมผัส 
การเคลื่อนไหว
 
- เรียนรู้จาก
การกระทำ
ในสิ่งที่ตนสนใจ
- การมีอิสรภาพ
ในการเรียน
 
- กฎแห่งความพร้อม
- กฎแห่งการฝึกหัด
- กฎแห่งผล
วอลดอร์ฟ เรกจิโอ
(Reggio)
BBL หลักสูตรปฐมวัย
(2546)
แบบดูรา
(Bandura)
 
- เด็กกับสิ่งแวดล้อมที่
สมบูรณ์
- ใช้ประสาทสัมผัส
- การเล่น
-การทำซ้ำ ๆ
- แบบแผนจังหวะชีวิตและห้องเรียนพ
-การเลียนแบบ
-เคารพศักยภาพเด็ก
-เจตจำนง
 
- ศักยภาพแต่ละบุคคล
- ความต้องการ อยากรู้อยากเห็น
- สภาพแวดล้อม
- ใช้ประสาทสัมผัสผ่านการเล่น
- ใช้กิจกรรมโครงการ
- ยอมรับนับถือเด็ก
- อารมณ์ทางบวกมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้
 
- อารมณ์ทางบวกมีผลต่อการเรียนรู้
- เรียนรู้สิ่งที่มีความหมาย
ท้าทาย
- ใช้ประสาทสัมผัสหลายส่วน
- ให้เวลาปฏิบัติเพียงพอ  /ทำซ้ำ
-ความแตกต่างของบุคคล
 
 
- เรียนรู้แบบ
องค์รวม
- ความแตกต่างระหว่างบุคคล
- ได้ลงมือปฏิบัติจริงจากการเล่น
- ผู้ปกครองมี
ส่วนร่วม
-การมีปฏิสัมพันธ์  
 กับสิ่งแวดล้อม
-การเลียนแบบ
-การดึงดูดความ
 สนใจ /แรงจูงใจ
              จะเห็นได้ว่า  การสอนแบบมอนเทสซอริ  มีแนวคิด  หลักการ  สอดคล้องกับนักการศึกษาปฐมวัย  การทำงานของสมองและสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546  คือ  จัดการศึกษาให้เด็กศึกษา  ค้นพบด้วยตนเอง  การปฏิบัติจริง  จากสิ่งแวดล้อม ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล  ตามความสนใจ มีอิสระ โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า  จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม  การเรียนรู้ที่มีความหมาย ภายใต้อารมณ์ทางบวก และผู้ปกครองมีส่วนร่วม
 
 
 
 วิเคราะห์การสอนที่ใช้อยู่ทั่วไปกับการสอนแบบมอนเทสซอรี
 
การสอนแบบทั่วไป การสอนแบบมอนเทสซอรี
 
1. จัดชั้นแบ่งตามอายุ  1 –2 –3 –4 –5  ปี
2. การเรียนส่วนใหญ่ครูกำหนด  บางส่วนเด็กและครูกำหนด  และหรือเด็กเป็นผู้กำหนด
3. ครูเป็นผู้ประเมินหรือตรวจสอบพัฒนาการ
 
 
 
4. ครูเป็นผู้กำหนดว่าจะทำงานรายบุคคลหรือกลุ่ม
 
5. ครูเป็นผู้ควบคุมความเป็นระเบียบวินัย  แก้ปัญหา
 
6. ครูเป็นผู้ทำให้ห้องเรียนสงบ
 
7. คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลน้อย
8. มีข้อจำกัดเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
 
1. จัดชั้นแบบคละอายุ  1 –3  ปี,  3 –6  ปี
2. เด็กมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรมตามความสนใจ
 
3. เด็กตรวจสอบหรือประเมินตนเองจากอุปกรณ์ที่มีตัวควบคุมความบกพร่องอยู่
 
4. เด็กจะเป็นผู้เลือกว่าจะทำงานคนเดียวหรือทำกับเพื่อน
 
5. เด็กเป็นผู้ควบคุมตนเอง  มีระเบียบวินัยจากการปฏิบัติกิจกรรม
6. เด็กควบคุมตนเองโดยไม่รบกวนผู้อื่นขณะทำกิจกรรม
 
7. คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลมาก
8. เด็กทำกิจกรรมตามความสนใจ  ยืดหยุ่นเรื่องเวลา
 
 
หลักสูตรการสอนแบบมอนเทสซอริ
              สมาคมมอนเทสซอริสากล (AMI)  กำหนดหลักสูตรการสอนแบบมอนเทสซอริ ช่วงอายุ 3–6 ปี  ให้มีกิจกรรม  4  หมวด  คือ
              1.   หมวดชีวิตประจำวัน  (Practical  Life)
              2.   หมวดประสาทรับรู้  (The  Sensorial)
              3.   หมวดภาษา  (Language)
              4.   หมวดคณิตศาสตร์  (Mathematices)
(ซึ่งตำราบางเล่มจะมี กิจกรรม  3  หมวด โดยรวมหมวด ภาษากับคณิตศาสตร์เข้าด้วยกันเรียกว่าหมวดวิชาการ)
             
1.      หมวดชีวิตประจำวัน       
                                                                     
เป็นกิจกรรมที่พัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของตนเองแลสังคม
ที่เน้นการปฏิบัติที่เป็นกระบวนการ  มีระบบ  ระเบียบ  ขั้นตอน  มีจุดประสงค์หลัก  คือ  การควบคุมการเคลื่อนไหว  ความมีสมาธิ  มุ่งมั่นในการทำงาน  และการพึ่งพาตนเองได้  ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ เป็นหัวใจของการที่จะเรียนรู้ในหมวดอื่น ๆ  ต่อไป  สอดคล้องกับแนวคิดของพุทธศาสนาที่ว่า  ถ้ามีศีล (ระเบียบวินัย)  จะเกิดสมาธิ (มุ่งมั่นในการทำงาน)  และจะเกิดปัญญา (เกิดการเรียนรู้)
 
                   กิจกรรมหมวดชีวิตประจำวันมีกิจกรรม  5 กลุ่มงาน ดังนี้
 
                   1.1  กิจกรรมเบื้องต้น  เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกาย  เคลื่อนไหวประกอบวัสดุอุปกรณ์ ควบคุมการเคลื่อนไหว มีสมาธิ  โดยไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและไม่รบกวนผู้อื่น  เช่น  การม้วนเสื่อ  พรม  การยกเก้าอี้  การตักถั่ว   การเทน้ำ  การพับผ้า
                   1.2  กิจกรรมการดูแลตนเอง  เป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลตนเองในชีวิต ประจำวันให้สามารถช่วยเหลือตนเอง พึ่งพาตนเองได้ ด้านการแต่งตัว ความสะอาดของร่างกาย เช่น กิจกรรมการแต่งตัว  ได้แก่  การติดกระดุม  การรูดซิบ  เข็มขัด  ผูกโบว์  ขัดรองเท้า  การล้างมือ
                   1.3  กิจกรรมการดูแลสิ่งแวดล้อม  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรู้จักดูแลวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นของส่วนรวมที่ต้องใช้ร่วมกัน จะรักสิ่งแวดล้อม และเป็นพื้นฐานสู่จิตอาสา  เช่น  กิจกรรมการเช็ดฝุ่น  ขัดโต๊ะ  กวาดขยะ  ขัดโลหะ  เช็ดใบไม้  เช็ดกระจก  รดน้ำต้นไม้  การจัดดอกไม้
                   1.4  กิจกรรมมารยาทและคุณสมบัติผู้ดี  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข  การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น  การไม่รบกวนผู้อื่น  มารยาทตามวัฒนธรรมที่ตนอาศัยอยู่  เช่น  กิจกรรมการรับของจากผู้ใหญ่  การไหว้  กราบ  เดินรอบพรม  เดินผ่านผู้ใหญ่  วิธีที่ไม่รบกวนผู้อื่น
                   1.5  กิจกรรมการควบคุมการเคลื่อนไหว  เป็นการส่งเสริมให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกาย  ซึ่งต้องใช้สมาธิ  ความมุ่งมั่น  และการเคลื่อนไหวร่างกายตามทิศทางที่ต้องการได้  เช่น  กิจกรรมการเดินจงกรม  กิจกรรมการเล่นเงียบ
 
              2.  หมวดประสาทรับรู้      
                                                                           
                “เป็นกุญแจสู่โลก”  จะเป็นตัวช่วยเชื่อมโยงตัวเราสู่โลก  เชื่อมโยงโลกภายนอกสู่ตัวเรา  จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่สมบูรณ์  เต็มตามศักยภาพ  ดังนั้น  จึงต้องพัฒนาประสาทรับรู้ทุกด้านให้มีความประณีต  เพื่อให้ใช้ประสาทรับรู้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจน  เที่ยงตรงมากขึ้น  จะเชื่อมโยงสู่การพัฒนาด้านสติปัญญา  เช่น  สามารถจำแนก  แยกแยะ  สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตา  ด้วยการฟังเสียง  ด้วยการสัมผัส การดม การชิมรส  ซึ่งใครมีประสาทรับรู้ด้าน ต่าง ๆ ประณีตกว่า ก็จะสามารถรับรู้ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ดีกว่าบุคคลอื่น
 
                   กิจกรรมหมวดประสาทรู้ มีกิจกรรม  6  กลุ่มงาน   ดังนี้
 
                   2.1  จักษุประสาท  เป็นประสาทรับรู้ด้วยสายตา  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความประณีตของการใช้สายตาดูสิ่งต่าง ๆ  สามารถแยกแยะสิ่งต่าง ๆ ได้  เช่น  ขนาดเล็ก  ใหญ่  สั้น  ยาว  ความหนา  บาง  มิติ  สี  รูปทรง  เช่น  กิจกรรม  หอชมพู  พลองแดง  บันไดน้ำตาล  กล่องสี
                   2.2  ผัสสะประสาท  เป็นประสาทรับรู้ด้วยการสัมผัส  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาความประณีตของการใช้ประสาทรับรู้ด้วยการสัมผัส  ด้วยมือ  นิ้วมือ  ผิวหนัง  แล้วสามารถแยกแยะลักษณะของพื้นผิว  อุณหภูมิ  หนักเบา  เช่น  กิจกรรมแผ่นขรุขระ เรียบ  กล่องผ้า  แถบอุณหภูมิ  แถบน้ำหนัก  ขวดอุณหภูมิ 
                   2.3  โสตประสาท  เป็นประสาทรับรู้ด้วยการฟัง  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการใช้ประสาทรับรู้จากการฟังให้ประณีต  สามารถจำแนกแยกแยะว่าเป็นเสียงอะไร  เปรียบเทียบ  จับคู่  เรียงลำดับเสียงได้  เช่น  กิจกรรมกล่องเสียง  ระฆังดนตรี
                   2.4  นาสิกประสาท  เป็นประสาทรับรู้ด้วยการใช้จมูกดมกลิ่น  สามารถจำแนกแยกแยะ  รับรู้ว่าเป็นกลิ่นของอะไร  เช่น  กลิ่นของดอกไม้  ผลไม้  สมุนไพร  เช่น  กิจกรรมดมกลิ่น
                   2.5  ชิวหะประสาท  เป็นการรับรู้ด้วยการใช้ลิ้นในการชิมรสต่าง ๆ  สามารถแยกแยะรสต่าง ๆ ได้  เช่น  เปรี้ยว  หวาน  เค็ม  ขม  กิจกรรม  ได้แก่  การชิมรส 
                   2.6  การรับรู้รอบทิศทาง  เป็นกิจกรรมที่ใช้ประสาทสัมผัสหลายส่วนในการเรียนรู้ เช่น กิจกรรม ถุงปริศนา  การจัดกลุ่ม  เรขาคณิตทรงทึบ 
                   นอกจากนี้  ยังมีกิจกรรมเสริมหมวดประสาทรับรู้  เกี่ยวกับโลก ภูมิศาสตร์  วิทยาศาสตร์  ศิลปวัฒนธรรม  ดนตรี  กีฬา  เช่น  กิจกรรมลูกโลกกระดาษทราย  แผนที่โลก  ทวีป  ประเทศ  ตู้ใบไม้  การเดินระยะสั้น  (สำรวจสิ่งแวดล้อม)  โต๊ะแห่งความสนใจ  เกมการละเล่นพื้นบ้าน
 
2.      หมวดภาษา     
                                                                            
มอนเทสซอริ  กล่าวว่า  เป้าหมายแรกของการพัฒนาภาษาเด็กปฐมวัย คือการพัฒนา
บุคลิกภาพ ให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองที่จะแสดงออก ไม่ใช่พัฒนาภาษาให้ เขียนได้ อ่านได้ ถ้าเน้นให้อ่านได้ เขียนได้ โดยไม่คำนึงถึงบุคลิกภาพ จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เด็กจะไม่กล้าแสดงออก ขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าพูด ไม่ชอบอ่าน นี่คือ ผลเสียอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่คนไทยอ่านหนังสือเพียงปีละ  2  เล่ม  ขณะที่ประเทศที่เจริญแล้ว อ่านหนังสือปีละ  40-50  เล่ม บุคลิกภาพ คือความต้องการภายในของตนเอง หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เช่น กล้าพูด กล้าแสดงออก  ชอบอ่าน ชอบเขียน  ดังนั้น การพัฒนาภาษาจึงต้องพัฒนาบุคลิกภาพของเด็กก่อน แล้วค่อยพัฒนาภาษา ให้เขียนได้ อ่านได้ ต่อไป
 
                   ความสำคัญของภาษา
 
                   ภาษาเปรียบเหมือนกำแพงที่ล้อมหรือแยกคนออกจากกัน
                   ภาษาคือรากฐานของอารยธรรม
                   ภาษาเป็นฐานสำคัญของพฤติกรรมและสติปัญญา
                   ภาษาทำให้คนมีพัฒนาการทางสังคม ช่วยให้คนสื่อการ สัมพันธ์กัน
                   ภาษาช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวบุคคล
                   คำมีพลังลึกลับ สามารถแสดงถึงสิ่งต่าง ๆ ได้
                   การพูดได้ เป็นก้าวกระโดดของสติปัญญา เป็นการเปิดจักรวาลของการคิด
           
                   องค์ประกอบของภาษา  ประกอบด้วย
 
 
1.       เสียง
2.       คำ
3.       ประโยค
4.       ลักษณะไวยากรณ์
 
การพัฒนาภาษา มีองค์ประกอบ สำคัญ  2  องค์ประกอบ คือ  ปริมาณ  และคุณภาพ
 
ปริมาณ  ได้แก่ การได้สนทนา พูด เล่า  อ่าน มีปฏิสัมพันธ์ กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็น
การสะสมทุน เช่น เสียง คำต่าง ๆ
คุณภาพ  ได้แก่ การใช้ภาษาที่ถูกต้อง  ชัดเจน  ไม่พูดอ้อแอ้ อยู่ในปฏิสัมพันธ์เชิง
บวก  ได้ปฏิบัติซ้ำ อย่างต่อเนื่อง
 
                   พัฒนาการทางภาษา
 
          2    เดือน     ตอบสนองเสียง  เช่นหันไปทางต้นเสียง
          4-5    เดือน    จ้องมองปากผู้พูด  ตอบสนองด้วยสายตา
          6      เดือน     สามารถทำปากตามเสียง ปา  มา  อา  เป็นการตอบสนองทางกลไก เช่นกล้ามเนื้อ
         10     เดือน     เข้าใจว่า คำ มีความหมาย  ตอบสนองทางสติปัญญา
         12     เดือน     ตอบสนองคำ  เสียง  เช่นเด็กพูด ขวดนม  เด็กจะคิดถึงน้ำนมในขวด
         15     เดือน     เข้าใจภาษา รู้จักจังหวะของภาษา
         18     เดือน     สามารถใช้คำ  เรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ ได้
         20     เดือน     พูดเป็นวลีได้
         22-24 เดือน     เกิดการระเบิดคำ พูดคำต่าง ๆ ได้มากมาย
         24-26 เดือน     เป็นการระเบิดวลี  พูดคำต่อ ๆ กันได้ รู้โครงสร้างของประโยค  หน้าที่ของคำ
         30     เดือน     ภาษาสมบูรณ์  รู้ระเบียบวิธีการ โครงสร้างภาษา หลักไวยากรณ์
         3-6    ปี         เป็นชาวงตกผลึกทางภาษา  เกิดความเฉียบคมในการใช้ภาษา เรียนรู้คำใหม่ ๆ ได้  
            มาก ออกเสียงต่าง ๆ ได้สมบูรณ์  ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีการใช้ภาษา และใช้ภาษาถูกต้อง    
                  
            เด็กจะพัฒนาภาษาได้ดี ต้องอยู่ที่การได้รับประสบการณ์ภาษาที่สมบูรณ์เพียงพอในช่วง  2  ปีแรกของชีวิต
 
                   กิจกรรมหมวดภาษามี  5  กลุ่มงาน  ดังนี้
 
                   3.1  กิจกรรมภาษาพูด  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กพัฒนาบุคลิกภาพ กล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตนเอง เช่น กิจกรรมการสะสมคำศัพท์  การเล่าเรื่องจริง  การเล่นคำถาม  บทกวี คำกลอน  ชุดบัตรภาพ  ชื่อวัตถุและอุปกรณ์ในสิ่งแวดล้อม  การเล่นเสียง
                   3.2  กิจกรรมการเขียน  เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการเขียน การเขียนควรมาจากความพึงพอใจของคนเขียน ต้องเริ่มต้นให้มีความรักในการเขียนก่อน เด็กของมอนเทสซอริจึงเขียนได้ก่อนอ่าน  เนื่องจากเขียนจากความคิดของตนเอง  จะเข้าใจได้ง่ายกว่า การอ่านที่เป็นความคิดของคนอื่น และได้เตรียมการมาจากการจับสิ่งของด้วย  3  นิ้ว ฝึกการหนักเบาจากการสัมผัสกระดาษทราย การหมุนมือจากตู้เรขาคณิต และมีกิจกรรมการฝึกลีลามือ  การวิเคราะห์เสียง  การเขียนพยัญชนะ  การเขียนคำ  การเขียนจะนำไปสู่การอ่าน กิจกรรม  เช่น  แผ่นโลหะลีลามือ  ตัวอักษรกระดาษทราย  ตัวอักษรเคลื่อนที่  การช่วยการเขียนด้วยมือ  กระดานดำ
                   3.3  กิจกรรมกลไกการอ่าน เด็กเริ่มต้นแปลความคิดออกมาเป็นการเขียน และถอดรหัส สัญลักษณ์ที่เขียนออกมาเป็นเสียง คือการอ่าน ซึ่งต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์เสียง จะทำให้เด็กสามารถอ่านได้ถึงแม้จะเป็นภาษาอื่น  จะช่วยให้สามารถแจกลูก สะกดคำต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถทำได้ก่อน  7  ขวบ เช่น  คำเดี่ยว  คำประสม  คำยกเว้น  การอ่านคำในสิ่งแวดล้อม  หน้าที่ของคำ  กิจกรรม  เช่น  กิจกรรมวัตถุกล่องที่ 1  วัตถุกล่องที่  2  คำปริศนา   การอ่านวลี  หน้าที่ของคำ  การอ่านประโยค  การวิเคราะห์ประโยค
                   3.4 การอ่านอนุกรม เป็นการอ่านสิ่งที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น บัตรคำที่สัมพันธ์กับภาพ  อ่านคำหรือความหมายของคำที่เด็กรู้จักมาแล้ว เช่น ชุดบัตรภาพ พืช  สมุดอนุทินและคำนิยามระดับ 1 2 3  รูปต่อแผนที่และบัตรภาพ
                   3.5 การอ่านแปลความ (อ่านเอาเรื่อง) เป็นการอ่านคู่ขนานกับการอ่านอนุกรมมีการอ่านหน้าที่ของคำ อ่านมากกว่า  1  คำ  อ่านวลี และการอ่านวิเคราะห์ คือการอ่านประโยค ไวยากรณ์  เช่น คำคุณศัพท์ คำคุณศัพท์สมเหตุผล  คำสัณธาน คำบุพบท คำกริยา คำวิเศษณ์  คำสั่งต่อเนื่อง  คำศึกษาชุดบัตรคำ  ในบ้านเด็กไม่นินมให้เด็กออกมายืนอ่านให้เพื่อนฟัง เนื่องจากต้องใช้ทักษะมากมาย การจดจ่อ การควบคุมการหายใจ ความมั่นใจ ในเด็กปฐมวัยจึงให้อ่านในใจ หรือ อ่านกลุ่มเล็ก ๆ
การส่งเสริมการอ่าน
 
1.การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน เช่น อุปกรณ์การอ่านต่าง ๆ
2.ให้มีบรรยากาศการอ่านเกิดขึ้นในห้องตลอดเวลา กิจกรรมต่าง ๆ จะไม่ข้ามขั้นตอน
3.ให้มีการเร้าความสนใจ ตอบสนองด้านวัฒนธรรม มีการกระตุ้นให้เกิดการ สนทนา ซักถาม
   ตอบคำถาม  เล่าเรื่อง  บทกวี
                 
 
4.หมวดคณิตศาสตร์  
                                                                                
เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ในด้านคณิตศาสตร์ด้วยสื่ออุปกรณ์ที่เป็น
รูปธรรมสู่นามธรรม  เรียนรู้ปริมาณเชื่อมโยงสู่สัญลักษณ์  การฝึกปฏิบัติซ้ำ  เกี่ยวกับการนับ  การรู้ค่าจำนวน  การบวก  การลบ  ซึ่งเด็ก  5  ขวบ  สามารถบวก  ลบเลขหลักพันได้อย่างมีความสุข  จะพัฒนาสู่จิตคณิตศาสตร์และรักการเรียนคณิตศาสตร์
 
                   กิจกรรมหมวดคณิตศาสตร์มี  6  กลุ่มงาน  ดังนี้
                   4.1  จำนวน  1 –10  และ  0  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาให้เด็กรู้ค่าปริมาณและสัญลักษณ์ของจำนวน  1 –10  และ  0  กิจกรรม  เช่น  ไม้จำนวน  ตัวเลขกระดาษทราย  กล่องกระสวย  บัตรเลขและเบี้ย  เกมจดจำ
                   4.2  ระบบเลขฐานสิบ  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง หลักเลขต่าง ๆ  คือ  หลักหน่วย  สิบ  ร้อย  พัน  กิจกรรม  เช่น  การเสนอหลักเลขด้วยลูกปัด  และบัตรเลข  การบวก  ลบด้วยลูกปัดและบัตรเลข  การบวก  ลบ  ด้วยเบี้ยอากร
                   4.3  การนับ  1 –1000  เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้  กลไกการนับต่อเนื่อง  การนับข้าม  เพื่อให้รู้และเข้าใจค่าจำนวน  ระบบหลักเลข  และเตรียมการสู่การคูณและการหาร  มีกิจกรรม  เช่น  ลูกปัด  11 –19  กระดาน  11 –19  และบัตรเลข  กระดาน  10 –90  การนับต่อเนื่อง  การนับข้าม
                   4.4  ตารางช่วยจำ  เป็นกิจกรรมฝึกปฏิบัติให้เกิดการเรียนรู้  รู้วิธีการสร้างจำนวน  10  ด้วยวิธีต่าง ๆ  การจดจำองค์ประกอบ  การบวก  การลบ  การคูณ  การหารเลข  4  หลักได้  จนสามารถจดจำผลบวก  ผลลบ  และอื่น ๆ  ได้อย่างขึ้นใจ  มีกิจกรรม  เช่น  งูบวก  งูลบ  กระดานบวก  กระดานลบ  ตารางฝึกทักษะการบวก  การลบ  กระดานคูณ  กระดานหาร
                   4.5  หนทางสู่นามธรรม  เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาให้สามารถเรียนรู้ค่าจำนวน  หลักเลข  การบวก  การลบ  การคูณ  การหาร  ในระดับนามธรรม  มีกิจกรรม  เช่น  ลูกคิดเล็ก  การบวก  ลบ  คูณ  หาร  ลูกคิดใหญ่  การบวก  ลบ  คูณ  หาร  การหารด้วยหลอดแก้ว
                   4.6  เศษส่วน  เป็นกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาเด็กให้มีประสบการณ์เกี่ยวกับชื่อของเศษส่วน  การหาค่าที่เท่ากัน  การเขียนสัญลักษณ์  เศษส่วน  ที่มีเศษเดียวกัน  งานฝีมือ  (สร้างรูปจากเศษส่วน  ระบายสี)       
                                                                                     
 การจัดสภาพแวดล้อม              
                                                                                                                                          
                        1.  จัดอุปกรณ์เป็น 4 หมวด จัดอุปกรณ์เป็นชุด เป็นระบบ ระเบียบ จากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง จากง่ายไปยาก.
                        2   อุปกรณ์  ควรใช้ของจริง  หรือสิ่งที่เป็นธรรมชาติ 
                        3. อุปกรณ์มีขนาดเหมาะสมกับเด็ก
                        4. อุปกรณ์มีที่เก็บประจำ  ที่วางอุปกรณ์ควรเป็นชั้นโล่ง  สูงไม่เกินระดับสายตาเด็ก
                         5. เด็กสามารถหยิบอุปกรณ์ทุกชิ้นได้อย่างอิสระ
                         6. อุปกรณ์ต้องสมบูรณ์ ครบถ้วน ไม่ชำรุด  ดูแลให้สะอาด
                         7. จัดเสื่อ  พรม  โต๊ะ  หรืออื่น ๆ  ที่ใช้เป็นขอบเขตทำกิจกรรม
                         8.อุปกรณ์สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมในท้องถิ่น
                         9. อุปกรณ์และภาชนะใส่  ควรประณีต  สวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจ
                         10.  ตกแต่งห้องให้สะอาด  เรียบร้อย  มีพื้นที่สะดวกต่อการทำกิจกรรม  บรรยากาศน่าอยู่
                         11.ความจำกัดของอุปกรณ์  อุปกรณ์มี อย่างละ 1  ชุด
                         12. ครูเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นต้นแบบทั้งกาย วาจา จืตใจ
การจัดกิจกรรมการสอนแบบมอนเทสซอริ มีขั้นตอน  ดังนี้
 
1.       ครูเชิญชวนเด็กทำกิจกรรมเป็นรายบุคคล  หรือเป็นกลุ่มย่อย
2.       นำเด็กไปที่ชั้นอุปกรณ์ แนะนำอุปกรณ์  สาธิตการถืออุปกรณ์  ให้นำอุปกรณ์ไปที่ที่จะทำ
กิจกรรม  เช่น  โต๊ะ  เสื่อ หรือพรม
3.   เด็กนั่งหรือยืนด้านซ้ายมือครู  ครูแนะนำอุปกรณ์แต่ละชิ้น ตามลำดับการใช้ เก็บที่ใส่อุปกรณ์ไว้ด้านบนขวาของเสื่อ พรม หรือโต๊ะ
4.   ครูสาธิตการใช้อุปกรณ์ช้า ๆ ตามขั้นตอน  ขณะสาธิตครูจะพูดเฉพาะคำสำคัญ ขณะที่พูดจะไม่มีการเคลื่อนไหว ขณะที่มีการเคลื่อนไหวจะไม่พูด ครูเชิญชวนให้เด็กติดตามกิจกรรมด้วยสายตา ท่าทางและจุดสนใจของกิจกรรม
5.   เมื่อสาธิตเสร็จ  ครูเชิญชวนเด็กให้ทำกิจกรรมตามความสนใจ  จะทำกี่ครั้งก็ได้  เมื่อเด็กทำกิจกรรมเสร็จ เก็บของเข้าที่ให้เป็นระบบระเบียบเหมือนเดิม  นำอุปกรณ์ไว้ที่ชั้นอุปกรณ์ในตำแหน่งเดิม
6.   ครูสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมของเด็ก  บันทึกข้อมูลไว้เพื่อใช้  วางแผน  ส่งเสริม  พัฒนาเด็กตามศักยภาพของแต่ละบุคคล  จะไม่สอนข้ามขั้นตอน  เช่น  ถ้าเด็กยังไม่ได้เรื่องปริมาณก็จะยังไม่สอนสัญลักษณ์
7.   ครูจะสะท้อนข้อมูลให้ผู้ปกครองทราบ เป็นระยะ เชิญผู้ปกครองมาสังเกตพฤติกรรมเด็กที่ห้อง  และรับฟังความคิดเห็นเพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
 
              การสอน  3  ขั้นตอน
               เป็นกระบวนการที่ต้องการให้เด็กเข้าใจจนเกิดความคิดรวบยอดสิ่งที่สอนได้  มีขั้นตอน    3  ขั้นตอน  ดังนี้
 
               ขั้นที่  1  ให้สังเกตเห็นลักษณะของวัตถุ และ  รู้จักชื่อของวัตถุ                                  
                          ครูหยิบวัตถุ มอง สังเกต สัมผัสวัตถุ วาง แล้วพูดชื่อวัตถุ  “นี่คือ   1  
               ขั้นที่  2  ให้สังเกตเห็นความแตกต่างของวัตถุ และจำชื่อได้                                                     
                          ครูหยิบวัตถุจากขั้นที่  1  วางเรียงกัน ให้เด็กสังเกต แล้วบอกให้เด็กปฏิบัติ เช่น 
                        “หยิบ    1    ไว้ตรงนี้” หยิบ  2  ไว้ตรงนี้  หยิบ  3  ไว้บนมือครู  สลับกันไป ขั้นตอน
                         นี้จะให้ทำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง จนแน่ใจว่าเด็กจำชื่อวัตถุได้
               ขั้นที่  3  สังเกตเห็นความแตกต่างของวัตถุที่มีความคล้ายคลึงกัน  เกิดความคิดรวบยอด
                         และ ตรวจสอบว่าเด็กเกิดการเรียนรู้หรือไม่                                             
                         ครูนำวัตถุมาวางเรียงกันโดยไม้ต้องเรียงลำดับ แล้วบอกให้เด็กปฏิบัติ  เช่น  “อันไหน     
                         คือ    1    อันไหนคือ  3  หรือชี้ แล้วถามให้เด็กตอบ เช่น  นี่คือ...
 
                         การสอนสามขั้นตอน จะใช้วัตถุครั้งละ  3  ชิ้น เช่น ตัวเลขกระดาษทราย  1  2  3 
                     ถ้าเด็กไม่ได้ขั้นตอนใด จะไม่สอนขั้นต่อไป
 
บทบาทครูในการสอนแบบมอนเทสซอริ
 
1.       จัดสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ (อุปกรณ์  4  หมวด  บรรยากาศ บุคคล)
2.       เชื่อมโยงเด็กกับอุปกรณ์ โดยสาธิตการใช้อุปกรณ์
3.       มีความรักเด็ก ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต
4.       ยอมรับนับถือเด็ก ให้อิสระในการเลือก คิด ทำ
5.       ให้เด็กศึกษาค้นพบด้วยตนเอง
6.       ไม่ตำหนิ ทำโทษ หรือให้รางวัล ถ้าเด็กทำสำเร็จจะเห็นคุณค่าในตน และเป็นพลังในการที่จะเรียนรู้ต่อไป
7.       สังเกตพฤติกรรมเด็ก บันทึกข้อมูล เพื่อวางแผนพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล
8.       พัฒนาอุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้ถึงขีดสุดของศักยภาพของแต่ละบุคคล
9.       เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งกาย วาจา และ จิต ใจ
10.   พบปะผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการเด็กเป็นระยะ
 
คุณลักษณะเด็กของมอนเทสซอริ
 
1.มีพัฒนาการทุกด้านเต็มตามศักยภาพ
2.มีระเบียบวินัย
3.มีสมาธิในการทำงาน รักความสงบ
4.ควบคุมตนเองและพึ่งพาตนเองได้
5.ทำงานร่วมกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น
6.รู้สิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่น                                                   
7.มีมารยาทตามวัฒนธรรมที่ตนอาศัยอยู่
8.รักอิสระและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
9.รักสิ่งแวดล้อม
 
 
 
การสร้างวินัยในชั้นเรียน
 
              มอนเทสซอริ  เชื่อว่า
 
              -อิสรภาพกับวินัยมีความสัมพันธ์กัน  ถ้าไม่มีอิสรภาพจะสร้างวินัยไม่ได้
              -อิสรภาพเชื่อมโยงถึงสันติภาพ  ความหวัง  ความรัก  ทางเลือก  การพึ่งพาตนเอง  อนาคต
              -อิสรภาพขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติ  ธรรมเนียมของกลุ่ม  สังคม  เป็นผู้กำหนดขอบเขต
              -อิสรภาพเป็นพลังทางบวก  ต้องใช้ระยะเวลาเพียงพอจึงจะเกิดขึ้นได้
              -อิสรภาพคือการให้โอกาส  ให้ทางเลือก  การที่เด็กได้เลือกปฏิบัติ  ปฏิบัติอย่างมีอิสรภาพ  จะนำไปสู่การมีวินัยในตนเอง
              -อิสรภาพต้องมีโครงสร้างขอบเขตที่ชัดเจน  มีความเที่ยงตรงในการปฏิบัติ  ทุกครั้งต้องปฏิบัติเหมือนกัน  โดยสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำหนด  เด็กซึมซับรับรู้ได้ง่ายจากการได้ปฏิบัติ  และปฏิบัติสำเร็จด้วยตัวเด็กเอง
              -การปฏิบัติที่เข้มงวดมาก  หรือมีอิสรภาพมากเกินไปจะไม่เกิดวินัย  แต่จะเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน
 
              มอนเทสซอริ  จึงสร้างวินัยในตนเองของเด็กโดย
 
              1.   ให้เด็กอยู่ในสภาวะที่ควบคุมตนเอง  ช่วยเหลือตนเอง  รู้สิทธิของตนและผู้อื่น  จนสู่ความมีวินัยผ่านการมีอิสรภาพ จากการทำกิจกรรม
              2.   จัดสภาพแวดล้อมให้สมบูรณ์
                   -ครูและบุคลากรในโรงเรียนนับเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม  ต้องเป็นตัวแบบที่ดี  ทั้งทางกาย  วาจา  ใจ
                   -สื่อ  อุปกรณ์  ต้องมีไม่มากเกินไป  ถ้ามีมากจะทำให้เสียสมาธิ ไม่สามารถควบคุมตนเอง
                   -ไม่รบกวนผู้อื่นที่ทำกิจกรรมอยู่  ถ้าจะเล่นกับเพื่อนต้องขออนุญาต  เคลื่อนไหวแบบไม่รบกวนผู้อื่น
                   -ไม่ขัดขวางวัฎจักรการทำกิจกรรม  คือ  การเลือก  ปฏิบัติ  จัดเก็บของเข้าที่
              3.   การทำกิจกรรม  ต้องมีขอบเขตที่แน่นอน  เช่น  การวางอุปกรณ์บนโต๊ะ  เสื่อ  หรือพรม
              4.   ให้โอกาสและอิสรภาพแบบมีขอบเขตในการเลือกทำกิจกรรม  เช่น  เลือกอุปกรณ์ครั้งละ  1  กิจกรรม  เลือกอุปกรณ์ที่มีการสาธิตแล้ว  ถ้ามีเพื่อนใช้อุปกรณ์อยู่ต้องรอคอย  จะพูดหรือสนทนากับใครก็ได้  แต่ต้องไม่รบกวนผู้อื่น  โดยขออนุญาตก่อน
              5.   การแก้ไขพฤติกรรม  ถ้าเด็กใช้อุปกรณ์ทำกิจกรรมไม่ถูกต้องจะไม่ตำหนิ  ทำโทษ  แต่จะหาโอกาสสาธิตการใช้อุปกรณ์ใหม่
              เด็กอายุ 1-2  ปี และ  ถึง  5  ปี  มีช่วงการเรียนรู้ไวด้านระบบระเบียบ และด้านสังคม  มีจิตซึมซับ  จึงต้องจัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นระบบ  ระเบียบ ที่มีความชัดเจน  เที่ยงตรง  เด็กได้มีโอกาสเลือกปฏิบัติอย่างมีอิสระ  มีขอบเขต จากสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์  จะเกิดวินัยขึ้นจากภายในตนเอง  โดยไม่ต้องมีใครบอกหรือสั่ง จะเป็นวินัยที่ยั่งยืน ซึ่งกิจกรรมในหมวดชีวิตประจำวันจะเป็นหัวใจของการสร้างวินัยในตนเองของเด็ก  และส่งผลต่อการเรียนรู้ในหมวดอื่น ๆ ต่อไป  ซึ่งสอดคล้องกับพระพุทธศาสนาที่ว่า ถ้ามี ศีล  (ระเบียบวินัย) มี สมาธิ  (จดจ่อมุ่งมั่น)  จะเกิดปัญญา  (เกิดการเรียนรู้)
 
คำชี้แจง
 
              คู่มือการพัฒนาการเขียน  การอ่าน  และคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามแนวคิดมอนเทสซอริ  จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในโรงเรียนขนาดเล็กที่จัดการศึกษาแบบคละชั้น  และสามารถใช้ได้ในโรงเรียนทั่วไป  ซึ่งครู  ผู้บริหาร  ศึกษานิเทศก์  และผู้สนใจ  สามารถศึกษา  สร้างความรู้  ความเข้าใจ  และนำไปใช้ในโรงเรียน  โดยมีแนวปฏิบัติ  ดังนี้
              1.  การจัดสภาพห้องเรียน  แนวคิดของมอนเทสซอริ  จัดสื่อ  อุปกรณ์  เป็น  4  หมวด  คือ  หมวดชีวิตประจำวัน  หมวดประสาทรับรู้  หมวดภาษา  และหมวดคณิตศาสตร์  ซึ่งของเดิมเราจัดเป็นมุมประสบการณ์  ถ้าวิเคราะห์แล้วจะเห็นว่ามีความสอดคล้องกัน  สื่อ  อุปกรณ์บางส่วนก็มีใช้อยู่แล้ว  เช่น  กรอบไม้แต่งตัว  การล้างมือ ฯ  rสร้างสรรค์  กล่องเสียง  ถุงปริศนา แต่วิธีการขั้นตอนใช้แตกต่างกันบ้าง
              2.  การจัดกิจกรรม  กิจกรรมการสอนตามแนวคิดมอนเทสซอริสามารถบูรณาการกับกิจกรรม หลักประจำวันตามความเหมาะสม  โดยพิจารณาความสอดคล้องกับสาระที่ควรเรียนรู้  ประสบการณ์สำคัญ  ตามหลักสูตรสถานศึกษา  เช่น  หมวดชีวิตประจำวันกับสาระที่ควรเรียนรู้  เรื่อง  ตัวเรา  หมวดภาษากับมุมหนังสือและประสบการณ์สำคัญ  เรื่อง  การสื่อสาร  การเขียน  การอ่าน  หมวดคณิตศาสตร์กับประสบการณ์สำคัญ  เรื่อง  การนับ  การรู้ค่าจำนวน  หมวดประสาทรับรู้กับประสบการณ์สำคัญ  เรื่อง  การสังเกต  จำแนก  เปรียบเทียบ  จัดหมวดหมู่  ซึ่งการจัดสื่อ  อุปกรณ์  จะจัดเป็นระบบ  ระเบียบ  สะดวกต่อการใช้  เช่น  จัดเป็นชุดมีภาชนะใส่  จัดวางจากซ้ายไปขวา  จากบนลงล่าง  ตามลำดับการใช้  เมื่อทำกิจกรรมเสร็จ  จัดเก็บอุปกรณ์เป็นระบบ  ระเบียบ  เหมือนเดิม  เพื่อนำสู่การสร้างวินัยในตนเอง
              3.  วิธีการจัดกิจกรรม 
                   -เน้นรายบุคคล  ให้โอกาสเด็กได้เลือกทำกิจกรรมตามความต้องการ  เพื่อพัฒนาเด็กตามความแตกต่างของแต่ละบุคคล  แต่สามารถจัดเป็นกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ได้  ถ้าเด็กมีศักยภาพในเรื่องนั้น ๆ ในระดับเดียวกัน
                   -การทำกิจกรรม  จะมีขอบเขต  ซึ่งกำหนดโดยการใช้โต๊ะ  เสื่อ  หรือพรม  ตามความเหมาะสมของกิจกรรม  เพื่อให้เด็กรู้สิทธิของตนเองและผู้อื่น  การเคารพสิทธิของผู้อื่น  ความมีสมาธิใน การทำกิจกรรม  รวมทั้งการทำกิจกรรมด้วยตนเองได้  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างวินัยที่เกิดขึ้นจากภายในตนเอง  จะเป็นระเบียบวินัยที่ยั่งยืน
                   -การทำกิจกรรมหรือการใช้อุปกรณ์จะเน้นตามลำดับขั้นตอนความยากง่าย  การทำซ้ำ  ตามความสนใจ  จะไม่ข้ามขั้นตอน  ถ้าเด็กยังทำได้ไม่คล่องแคล่ว  ก็จะไม่เสนอกิจกรรมหรืออุปกรณ์ขั้นสูงขึ้น  เพื่อให้เด็กมีพื้นฐานที่ดี  สามารถพัฒนาต่อยอดได้ดีในระดับสูงขึ้นต่อไป
                   -ครูต้องฝึกการใช้อุปกรณ์หรือกิจกรรมให้ชำนาญ  เพื่อให้เด็กได้ซึมซับ  เรียนรู้ได้ดี  เพราะเด็กมีจิตซึมซับและช่องการเรียนรู้ไว
              4.  โรงเรียนสามารถประยุกต์อุปกรณ์  กิจกรรม  ให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนและท้องถิ่นได้  เช่น  เกมการละเล่นพื้นบ้าน  ศิลปวัฒนธรรม  ประเพณี  หรือใช้วัสดุท้องถิ่นทำอุปกรณ์
              5.  การประเมินผล  ใช้การสังเกตเด็กเป็นรายบุคคล  บันทึกพฤติกรรม  แล้ววิเคราะห์ดูว่าจุดประสงค์ของกิจกรรมสอดคล้องกับสาระที่ควรเรียนรู้  ประสบการณ์สำคัญ  ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินผลที่ทำอยู่เดิม  เช่น  สภาพที่พึงประสงค์  ตัวบ่งชี้  มาตรฐานใดตามหลักสูตรสถานศึกษา
              6.  นำผลการประเมินมาใช้  วางแผนพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล  พัฒนาสื่อ  อุปกรณ์  เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กให้เต็มตามศักยภาพ
              7.  พบปะผู้ปกครอง  เป็นระยะแลกเปลี่ยนข้อมูล  เพื่อร่วมกันส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
 
 
คณิตศาสตร์กับเด็กปฐมวัย
 
คณิตศาสตร์กับเด็กปฐมวัย
               มอนเทสซอริ  พบว่า  เด็ก ๆ รักคณิตศาสตร์มากเป็นธรรมชาติ  ในชีวิตประจำวันเด็กจะเริ่มสังเกตสิ่งต่าง ๆ  นับ  เปรียบเทียบกัน  เช่น  ฉันสูงกว่าเธอ  แบ่งสิ่งของกัน  ต้องแบ่งเท่า ๆ กัน  การคิดคำนวณ  บวก  ลบ  คูณ  หาร  เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทุกคน  เช่น  การซื้อขาย  การก่อสร้าง   ก็ต้องใช้คณิตศาสตร์ทั้งนั้น  คณิตศาสตร์จึงมีความสำคัญต่อชีวิตและโลก
               เด็ก ๆ รักคณิตศาสตร์เป็นธรรมชาติ  เพราะเกี่ยวข้องกับแนวโน้มความเป็นมนุษย์  เรื่อง  ระบบระเบียบ  (Order)  เช่น  ลำดับ  ตำแหน่ง  เลขฐานสิบ  ความตรง  ความแม่นยำ  เช่น  2+2=4   การปฏิบัติซ้ำ  (Repetition)  ทำให้เกิดทักษะ  มีความรู้ที่ลึกซึ้ง  ความเที่ยงตรง  แม่นยำ  ทำให้เกิดความเที่ยงตรงในอนาคต  การได้ใช้มือทำกิจกรรม  ทำงาน  รวมทั้ง  เกี่ยวข้องกับช่วงการเรียนรู้ไว  เรื่อง  วัตถุเล็ก ๆ ที่เด็กชอบสำรวจ  ค้นคว้ารายละเอียดย่อย ๆ  จึงเกิดความรู้  ความเข้าใจ  และเกิดทักษะจากรูปธรรมไปสู่นามธรรม  การจะรู้นามธรรมจะต้องเข้าใจรูปธรรมก่อน  การมีข้อมูลรูปธรรมมากชัดเจนเท่าไร  เด็กจะเกิดความเข้าใจเชิงนามธรรมมากขึ้นเท่านั้น  จนเกิดเป็นแบบแผนการเรียนรู้ ต่าง ๆ ในสมอง  (Pattern)  พร้อมที่จะเรียนรู้ต่อยอดสิ่งต่าง ๆ ได้ดีในวัยต่อไป
               คณิตศาสตร์ของมอนเทสซอริ  มีอุปกรณ์ที่เป็นระบบระเบียบ  มีลำดับขั้นตอน  เป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม  เด็กได้ใช้มือปฏิบัติซ้ำ  โดยให้เวลาอย่างพอเพียง  ไม่เร่งรัด  เด็กก็จะรู้และเข้าใจคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมได้  เด็ก ๆ ของมอนเทสซอริ  จึงมีความรักคณิตศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ  หรือมีจิตคณิตศาสตร์ได้
 
มอนเทสซอริสอนคณิตศาสตร์อย่างไร
               หลักการสอนคณิตศาสตร์ของมอนเทสซอริ
               1.  คณิตศาสตร์มีไว้สำหรับให้เด็กปฏิบัติได้  เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม  ไม่บังคับให้เด็กทำ
               2.  เด็กแต่ละคนต้องใช้เวลาและความสามารถในการศึกษา  ปฏิบัติแตกต่างกันในการพัฒนารูปธรรม  จึงจะสู่การพัฒนานามธรรมได้  ผู้อื่นไม่สามารถบังคับให้เกิดขึ้นได้
               3.  การที่เด็กจะเข้าใจคณิตศาสตร์เชิงนามธรรม  ต้องผ่านกระบวนการในเชิงรูปธรรมโดยให้เด็กปฏิบัติงานนานพอสมควร  มีสมาธิในการทำงาน  จึงจะเกิดความเข้าใจคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมได้  หรือเกิดจิตคณิตศาสตร์ได้  เด็กจึงต้องได้รับการจัดกิจกรรมหมวดชีวิตประจำวันมาก่อน  เพื่อให้เด็กสามารถควบคุมการเคลื่อนไหว  มีสมาธิในการทำงาน  และพึ่งพาตนเองได้  เป็นการเตรียมการสู่คณิตศาสตร์
 
อุปกรณ์คณิตศาสตร์ของมอนเทสซอริ  มีลักษณะอย่างไร
               1.  อุปกรณ์แต่ละชุดจะมีความยากง่ายประเด็นเดียว  มีลักษณะเป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม  จากกว้าง ๆ  ไปสู่จุดเฉพาะเจาะจง
               2.  อุปกรณ์มีลักษณะเป็นระบบ  มีขั้นตอน  เป็นการเตรียมการทางอ้อมไปสู่คุณลักษณะอื่น ๆ  ในอนาคต
               3.  อุปกรณ์เริ่มต้นจาก ปริมาณ  สู่สัญลักษณ์ และเฃื่อมโยงปริมาณกับสัญลักษณ์
                  
 
คณิตศาสตร์ของมอนเทสซอริ  มีอะไรบ้าง
               มอนเทสซอริ  แบ่งคณิตศาสตร์ออกเป็น  6  กลุ่มงาน  ดังนี้
               กลุ่มที่  1  จำนวน  1 –10  และ  0  (Tounderstand  1 –10  plus  zero)
               กลุ่มที่  2  ระบบเลขฐาน  10  (To  introduce  the  decimal  system  to  the  child)
               กลุ่มที่  3  การนับ  1 –1000  (The  numbers  1 – 1000)
               กลุ่มที่  4  ตารางช่วยจำ  (Memorization  of  tables)
               กลุ่มที่  5  หนทางสู่นามธรรม  (Passage  to  abstraction)
               กลุ่มที่  6  เศษส่วน  (Fractions)
 
มอนเทสซอริสอนคณิตศาสตร์อย่างไร
                   -   ปริมาณ (Quanity)                  ปฏิบัติ (Practice)         ปฏิบัติซ้ำ(Repetition)
                   -   สัญลักษณ์ (Symbols)               ปฏิบัติ                     ปฏิบัติซ้ำ  
                   -   เชื่อมโยงปริมาณกับสัญลักษณ์       ปฏิบัติ                      ปฏิบัติซ้ำ
                   -   ตรวจสอบประเมินผล
 
 
อ้างอิง
 
กระทรวงศึกษาธิการ.  (2547).  คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  พุทธศักราช  2546. กรุงเทพมหานคร :  โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กาญจนี  เสียงเพราะ.  (2553). คู่มือการสอนแบบมอนเทสซอริ หมวดชีวิตประจำวัน หมวดประสาทรับรู้  หมวดภาษา  และหมวดคณิตศาสตร์.  ประจวบคีรีขันธ์ :โรงเรียนบ้านดอนใจดี.
คริสติน  วอร์ด.  (2548).  คู่มือครูสำหรับเสริมสร้างสมองเด็กวัยเรียน.  กรุงเทพมหานคร :บริษัทแปลน  ฟอร์คิด  จำกัด.
จีระพันธุ์  พูลพัฒน์.  (2540).  การสอนแบบมอนเทสซอริจากทฤษฎีสู่แบบการนำไปปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.).
บุญชู  อังสวัสดิ์.  (2553).  รายงานการพัฒนาการสอนแบบมอนเทสซอริในบริบทประจวบคีรีขันธ์.  ประจวบคีรีขันธ์ :  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์  เขต 1.
_______.  (2553).  คู่มือการสอนแบบมอนเทสซอริ  หมวดชีวิตประจำวัน  หมวดประสาทรับรู้  หมวดภาษา  และหมวดคณิตศาสตร์.  ประจวคีรีขันธ์ :สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์  เขต 1.  
ประมวญ  ดิคคินสัน.  (2534).  บ้านเด็ก :การพัฒนาเด็กตามแบบมอนเทสซอริ.  (พิมพ์ครั้งที่ 2).  บริษัท  แปลน  พัชลิชชิ่ง  จำกัด.
มัลลิกา  งามสะอาด.  (2553). คู่มือการสอนแบบมอนเทสซอริ หมวดชีวิตประจำวัน หมวดประสาทรับรู้  หมวดภาษา  และหมวดคณิตศาสตร์.  ประจวบคีรีขันธ์ :โรงเรียนสามัคคีร่วมจิต.
เยาวพา  เดชะคุปต์.  (2542).  การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย.  กรุงเทพฯ :บริษัท แปลน พับลิชชิ่ง จำกัด.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.  (2543).  การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยไทย :ตามแนวคิด  มอนเทสซอริ.  บริษัท อมรินทร์  พริ้นติ้ง  แอนด์พับลิชชิ่ง  จำกัด  (มหาชน).
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.  ชุดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสมองของเด็กปฐมวัย.  กรุงเทพมหานคร.  (อัดสำเนา).
สถาบันพัฒนาครู  คณาจารย์  และบุคลากรทางการศึกษา.  (2552).  คู่มือการใช้สื่อ  นวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กวัย 3–5  ปี  ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  พุทธศักราช  2546.  นครปฐม :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
 
 
“การศึกษาเป็นเรื่องที่กว้างขวาง  ลึกซึ้ง  ไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเรานำประสบการณ์เดิมผสมผสานกับความรู้ใหม่  จะเกิดทัศนะ มุมมองใหม่ที่เป็นพลังสร้างสรรค์ในตนเองและสังคมโลก”
 
“ถ้าต้องการอนาคตที่ดี  ต้องปกป้องและพัฒนาปัจจุบัน”
 
ศ.ดร.มอนเทสซอริ
 
การลงทุนให้ประสบผลสำเร็จจะต้องลงทุนให้ถูกต้อง
 
 
(บุญชู  อังสวัสดิ์  ศึกษานิเทศก์  วิทยฐานะ  เชี่ยวชาญ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์  เขต 1    โครงการพัฒนาการสอนแบบมอนเทสซอรี  หลักสูตร  AMI  รุ่น  2  สพฐ.)
ความคิดเห็น :
1
อ้างอิง

แทน
ชอบมากคับ
 
 
แทน [180.180.62.xxx] เมื่อ 6/12/2011 14:44
2
อ้างอิง

แทน
ชอบมากคับ
 
 
แทน [180.180.62.xxx] เมื่อ 6/12/2011 14:44
3
อ้างอิง
 ถ้าสนใจวิธีใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด ศึกษาได้ที่ ร.ร.ต้นแบบ ร.ร.บ้านดอนใจดี  หรือ ที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมปฐมวัย สพป.ปข. 1  ครับ
 
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.pk1supervisor.org
ตาชู [125.27.250.xxx] เมื่อ 6/12/2011 20:20
4
อ้างอิง

กาเหว่า
ดีมากคะ 
 
กาเหว่า [180.183.145.xxx] เมื่อ 23/12/2011 21:52
5
อ้างอิง

กัลยา จันทรา
 ประทับใจคะ    เพราะเป็นคุณแม่ลูก 2  ที่ชอบทฤษฎีการเรียนรู้ของเด็กทารก-ปฐมวัย ตามอ่านมาหลายเวบ เพิ่งเจอ ร.ร ที่จัดการสอนแบบนี้

ทำงานเป็นครูสอนน.ร มัธยมมา 20 ปี  พอมีความชอบสมองและพัฒนาการของมนุษย์ ก็อยากเปิด ร.ร สอนเด็กๆ  ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหรือไม่

แต่ตอนนี้ก็เริ่มใช้กับลูกๆ  คนแรก 10 ขวบ คนที่ 2  5 ขวบ  ก็เห็นความแตกต่างและศักยภาพที่มีในตัวเด็ก มาแล้ว 2  รุ่น   ถ้าอีก 10-13 ปีมี

โอกาสเข้ามาในเวบนี้อีก  ก็จะมาแชร์ความคิดจากประสบการณ์สอนลูกๆคะ ว่าจะพัฒนาตนเองจากการเรียนตอนประถมมัธยมอุดมศึกษาได้

มากน้อยเพียงใดเมื่อมีการเตรียมความพร้อมจากครูคนแรก(พ่อแม่) มาพอสมควร
 
กัลยา จันทรา [113.53.232.xxx] เมื่อ 18/01/2012 13:43
6
อ้างอิง

ครูปฐมวัยร.ร.ฝายหินประชารักษ์
 ดีมากเลยค่ะถ้ามีการอบวมเกี่ยวกับหลักสูตรนี้ชวนด้วยนะค่ะ
 
ครูปฐมวัยร.ร.ฝายหินประชารักษ์ [203.172.201.xxx] เมื่อ 20/01/2012 14:13
7
อ้างอิง
 ยินดี ที่มีคนทดลองใช้โดยเฉพาะคุณแม่ ได้ผลบอกด้วย เดี๋ยวจะลงวิธีใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้  คิดว่าปิดเทอมนี้จะจัดอบรมครับ  ตอนนี้ก็ศึกษาได้ที่ วารสารปฐมวัยไทย เล่ม 2 กำลังพิมพ์อยู่ครับ  ถ้าเราช่วยกันพัฒนาเด็กอย่างถูกทาง จริงจัง  เราจะต่อยอดได้ในประถมมัธยมแน่ ๆ พัฒนาเด็กปฐมวัยสู่ชาติไทยเข็มแข็งครับ
 
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.pk1supervisor.org
ตาชู [125.27.242.xxx] เมื่อ 21/01/2012 09:24
8
อ้างอิง

ศิริ
ข้อมูลมีประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณมากๆ ลูกสาวของดิฉันไปเนอสเซอรี่ที่ใช้วิธีการสอนแบบมอนเทสซอรี่ แต่ตอนนี้ได้เข้าโรงเรียนอนุบาลหนึ่งแห่งใหม่แล้ว ต้องขอบอกจากประสบการณ์ส่วนตัวว่าแนวการสอนแบบมอนเทสซอรี่ปูรากฐาณการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมั่นคง เพราะว่าแทนที่จะให้เด็กท่องจำ ฟังแต่ครูอธิบาย หรือดูสื่อการสอนผ่านโทรทัศน์ การสอนแบบมอนเทสซอรี่จะให้เด็กได้ปฏิบัติจริงแทน ตัวอย่างเช่น กิจกรรมชีวิตประจำวัน เด็กได้ใช่เวลาพยายามติดกระดุมเอง ใส่เสื้อโค้ตเอง กิจกรรมคณิตศาสตร์ เลขที่ตัว มีหน่วยแทน เวลาสอนบวกลบคูณหาร เด็กจะคิดตามง่าย ปัจจุบันนี้ดิฉันก็ยังพยายามใช้วิธีสอนแบบมอนเทสซอรี่กับลูกที่บ้าน อุปกรณ์อาจจะหายากและแพง แต่ว่าเราพยายามหาวัสดุที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมาใช้แทน ลืมไปว่าดิฉันอยู่ต่างประเทศนะคะ ที่เข้ามาอ่านหน้านี้ ก็คืออยากหาข้อมูลสอนภาษาไทยให้กับลูกแบบมอนเทสซอรี่ เพราะอยากให้เค้ามีความเข้าใจ ไม่ใช่จำอย่างเดียว ถ้ามีข้อมูลใดๆที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ   
 
ศิริ [81.101.203.xxx] เมื่อ 22/01/2012 18:33
9
อ้างอิง
 คุณศิริครับ ผมจะลงให้ในนี้ แต่ไม่รู้ว่าถ้ามีภาพด้วยจะลงได้ใหม ขอเวลาระยะหนึ่งนะ สื่อภาษาส่วนใหญ่ทำได้เองครับ ยินดีที่สนใจ และช่วยยืนยันว่าใช้แล้วดีจริง
 
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.pk1supervisor.org
ตาชู [125.27.240.xxx] เมื่อ 22/01/2012 19:42
10
อ้างอิง

โอ๋
 สวัสดีค่ะ
เราก็ตั้งใจสอนลูกตามวิธีนี้
ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีการสอนอยู่ค่ะ
มาร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วยคนนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ปล.เป็นเว็ปที่ให้ข้อมูลดีมากๆๆเลยค่ะ ^^
 
โอ๋ [223.205.245.xxx] เมื่อ 2/02/2012 00:44
123
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :