เอกสารการนิเทศทางไกลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปีที่ 6 ฉบับที่ 48 ปีการศึกษา 2554
เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2554โดย
วรเกียรติ เครือประดับ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ( กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน )
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
สวัสดีครับพี่น้องผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ยุวกาชาด ที่เคารพรักทุกท่าน เอกสารนี้ จัด ทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางสำหรับพี่น้องและเพื่อนครูทุกท่าน ได้ใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้แก่ลูกศิษย์ที่รักได้เจริญเติบโตและได้รับการพัฒนาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามความมุ่งหมายของหลักสูตร เนื้อหาในเอกสารแบ่งออกเป็น 3 ส่วนครับ ส่วนที่ 1 เป็นข่าวสารเกี่ยวกับลูกเสือ ยุวกาชาด ส่วนที่ 2 เป็นความรู้ในการจัดกิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด ที่คุณครูควรรู้ เพื่อนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา สำหรับส่วนที่ 3 เป็นพื้นที่สำหรับตอบปัญหาเกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน พี่น้องและเพื่อนครูทุกท่านที่มีข้อสงสัย ในเรื่องการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ลูกเสือ ยุวกาชาด หรือกิจกรรมตามความสนใจของผู้เรียน กรุณาอย่าเก็บปัญหา ไว้ในใจนะครับ สอบถามได้เลยทาง E-Mail :
worakiat@gmail.com หรือทางโทรศัพท์หมายเลข
08 1406 3853 หรือถ้า มีโอกาสพบกันก็สามารถสอบถามได้โดยตรงเลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ ปัญหาที่เพื่อนครูท่านอื่นๆควรรับทราบ (ถ้ามี) ก็จะนำมาตอบลงในเอกสารนี้ด้วยนะครับ และสำหรับ พี่ เพื่อน น้องที่เป็นสมาชิก
facebook สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้อีกหนึ่งช่องทาง คือที่
www.facebook.com โดยพิมพ์ค้นหา
Kruapradub Worakiat หรือค้นหาจาก E-Mail :
worakiat@gmail.com นะครับ เพิ่มเติมอีกหนึ่งช่องทาง คือทางเว็บไซต์
www.pk1supervisor.org ยินดีต้อนรับทุกท่านครับผม.
@ "คำสอน" ของอาจารย์ชาวญี่ปุ่นชื่อ Fukuzawa Yukichiท่านได้แนะนำไว้ 8 ข้อ ซึ่งเป็นหัวข้อย่อยๆในหัวข้อใหญ่ของการอบรมเรื่อง "ชีวิตกับงาน" มีดังนี้ ครับ
1. เรื่องที่สนุกและงดงามที่สุดในโลก คือ การมีงานทำตลอดชีวิต
2. เรื่องที่น่าสงสารที่สุดในโลก คือ การไม่ได้รับการศึกษา
3. เรื่องที่เหงาที่สุดในโลก คือ การไม่มีงานทำ
4. เรื่องที่น่าเกลียดที่สุดในโลก คือ การอิจฉาริษยาการดำเนินชีวิตของผู้อื่น
5. เรื่องที่ประเสริฐที่สุดในโลก คือ การอุทิศตนเพื่อคนอื่น และไม่ทวงบุญคุ
ณ
6. เรื่องที่สวยงามที่สุดในโลก คือ การให้ความรักในทุกสิ่งทุกอย่าง
7. เรื่องที่เศร้าใจที่สุดในโลก คือ การโกหก หลอกลวง
8. เรื่องที่ลำบากใจที่สุดในโลก คือ การไม่มีเพื่อนที่ไว้วางใจ
ผมพบคำสอนนี้ ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวไปตามเว็บไซต์ ...บทความของ
"คำสอน"เหล่านี้... อาจเป็นบทเตือนใจให้ข้อคิดกับ พี่ เพื่อน น้อง ไม่มากก็น้อย... เพื่อเป็นแนวทางเล็กที่จะเป็นกำลังใจในการทำความดีของพวกเรา ครับผม
@ ชมรมครูกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ขอเชิญชวนครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เข้าร่วม
โครงการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น
เงื่อนไขสำคัญ คือ มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน
สร้างและพัฒนานวัตกรรมและนำไปใช้จริงในโรงเรียน เมื่อดำเนินการจนประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์แล้วจึงนำเสนอเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะต่อไป เพื่อน พี่ น้อง ครูกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่มีความสนใจ และยอมรับเงื่อนไขสำคัญดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศน. วรเกียรติ เครือประดับ โทร.
081 4063853 ขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนะครับ.
@ สำนักงานลูกเสือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดย
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต1 ร่วมกับ สโมสรลูกเสือประจวบคีรีขันธ์ ได้ดำเนินการ
ฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือสำรองขั้นความรู้ชั้นสูง ( C.A.T.C.) ในระหว่างวันที่ 11 – 17 ตุลาคม 2554 ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ค่ายตาม่องล่าย) ได้รับเกียรติ จากท่านรองผู้อำนวยการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
ท่านประเสริฐ ครอบแก้ว ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม โดยมี
ศน. วรเกียรติ เครือประดับ เป็นผู้อำนวยการฝึกอบรมกองที่ 1 และ
นายวินัย พื้นผา รอง ผอ. ร.ร.อนุบาลบางสะพาน เป็นผู้อำนวยการฝึกอบรมกองที่ 2 มีผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 32 คน
@
9 พฤศจิกายน 2554 สำนักงานลูกเสือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะดำเนินการ
ตรวจขั้นที่ 5 ประเภทลูกเสือสามัญ ณ
โรงเรียนบ้านหนองระแวง
@
10 พฤศจิกายน 2554 สำนักงานลูกเสือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จะดำเนินการ
ตรวจขั้นที่ 5 ประเภทลูกเสือสามัญ และลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ณ
โรงเรียนบ้านไชยราช ท่านที่มีความสนใจจะศึกษาดูงานการตรวจขั้นที่ 5 ขั้นปฏิบัติการและประเมินผล ติดต่อกับทางโรงเรียนโดยตรงเลยนะครับ
ความรู้สำหรับผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ยุวกาชาด และครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม
เพื่อนครู พี่น้องผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ยุวกาชาดที่เคารพรักทุกท่านครับ ขอเชิญติดตามศึกษา
“ คู่มือผู้กำกับลูกเสือ ” ซึ่งเขียนโดย ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ แห่งกิลเวลล์ สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้แปล ความรู้ในหนังสือนี้มีประโยชน์อย่างสูงยิ่งสำหรับผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในฉบับนี้ขอเสนอ
ตอนที่ 2 การลูกเสือเพื่อเป็นพลเมืองดี หัวข้อ
พลานามัย ครับผม
การหัดอย่างซ้ำซาก
บางท่านคงได้ยินคนเป็นจำนวนมากกล่าวว่าการหัดอย่างซ้ำซากนั้น จะทำให้เด็กได้พัฒนาทางกายดีขึ้น ข้าพเจ้าเองมีประสบการณ์เกี่ยวกับการหัดอย่างซ้ำซากอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าคนใดคิดจะพัฒนาเด็กให้มีร่างกายแข็งแรงด้วยการหัดอย่างซ้ำซากสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงแล้ว คนเหล่านั้นจะประสบความผิดหวัง
การหัดอย่างซ้ำซากเท่าที่ปฏิบัติแก่ทหารเป็นประจำวันและเป็นแรมเดือนนั้น ย่อมก่อให้เกิดพัฒนาทางกายอย่างไม่มีปัญหา แต่ครูผู้ฝึกส่วนมากเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้ฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดี ได้ศิษย์อยู่ในความควบคุมมีระเบียบวินัยเคร่งครัดอยู่เสมอ กระนั้นบางคราวความผิดพลาดก็ยังเกิดขึ้น โรคหัวใจก็ดี และความเจ็บป่วยอย่างอื่นก็ดีก็อาจเกิดขึ้นได้แม้ในหมู่ผู้ใหญ่และในหมู่ผู้ที่มีกล้ามเนื้อเจริญแข็งแรงแล้วก็ตาม
ยิ่งกว่านั้น การหัดอย่างซ้ำซากเป็นเรื่องการสั่งทั้งสิ้น ทำนองเดียวกับการทุบหัวตะปูเพื่อฝังลงในเด็กหาใช่เป็นการศึกษาไม่ เพราะในการศึกษาเด็กเรียนรู้ด้วยตัวของตัวเอง
เมื่อพูดถึงการหัดอย่างซ้ำซากสำหรับลูกเสือ ข้าพเจ้าเคยเตือนผู้กำกับลูกเสือว่า ควรจะเลี่ยงเสีย กล่าวคือ อย่าให้มากไป ทั้งนี้นอกจากบิดามารดาของเด็กบางคนจะไม่เห็นด้วยแล้ว ยังมีความรู้สึกว่า ผู้กำกับลูกเสือบางคนที่ใช้วิธีหัดแบบนั้นเข้าถึงจุดประสงค์ขั้นสูงของการลูกเสือ (นั่นคือ การดึงออกมาซึ่งคุณสมบัติของเด็กแต่ละบุคคล) และไม่มีสมรรถภาพที่จะทำการสอน ถึงแม้จะเห็นว่าควรจะสอนอย่างไร แต่กลับหันไปใช้การหัดอย่างซ้ำซาก อันเป็นวิธีที่ง่ายในการที่จะปั้นเด็กให้เป็นแบบหนึ่งแบบใดเพื่อการอวดเท่านั้น
ในขณะเดียวกันผู้กำกับลูกเสือบางคนหนักไปเสียอีกทางหนึ่งคือ ปล่อยให้เด็กเลอะเทอะ ไม่มีระเบียบวินัย หรือไม่กระฉับกระเฉงว่องไว อย่างนี้นับว่ายิ่งเลวร้ายใหญ่ ความจริงทุกคนต้องการสายกลางโดยสอนแต่พอประมาณ เพื่อให้เด็กรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ได้มาซึ่งความกระฉับกระเฉง และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนการมีใจรักหมู่รักคณะ เพื่อให้ทุกคนรู้จักรักษาเกียรติของตนและปฏิบัติให้สมเกียรติแก่กองลูกเสือที่สังกัดเพื่อประโยชน์ดังกล่าว การหัดอย่างซ้ำซากอาจให้ผลบ้างเป็นครั้งคราว แต่อย่าให้มากเกินไปจนถึงกับจะทำลายคุณค่าของการฝึกอบรมแบบลูกเสือเสียเลย
การหัดอย่างซ้ำซากที่เราต้องการในการลูกเสือเพื่อให้เด็กรู้จักจัดระเบียบ และให้เคลื่อนที่ไปโดยเรียบร้อยอย่างมนุษย์ไม่ใช่ฝูงแกะ ปกติใช้เวลาเพียง 2-3 นาที สำหรับการฝึกให้อยู่โดยนิ่งเงียบ ตอนเริ่มการประชุมครั้งหนึ่งๆ หรือตอนเล่นการเล่นที่ชื่อ “ ย่าพูดว่า ” อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเราจะละทิ้งการหัดอย่างซ้ำซากไม่ได้เสียทีเดียวก็ตาม และบางวิชาจำต้องใช้การหัดวิธีนั้น เช่นในการดับเพลิง การเข็นหรือเคลื่อนล้อเลื่อน (Trek Cart) การนำเรือช่วยชีวิตลงน้ำ การสร้างสะพาน และกิจกรรมอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ต้องการความกระฉับกระเฉงว่องไวและอยู่ในระเบียบวินัย แต่จุดมุ่งหมายมีว่า เด็กทุกคนใช้สมองของตนปฏิบัติงานแต่ละส่วนตามหน้าที่ ซึ่งรวมกันแล้วเป็นงานของหมู่คณะให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย ยิ่งกว่านั้นการแข่งขันในเรื่องนี้เป็นที่สนใจของเด็กมากที่สุด เช่นเดียวกับผู้ที่ดูอยู่ ผลขั้นสุดท้ายที่ได้รับก็คือ เด็กๆ มีกำลังใจดีและรู้จักการไม่เอาเปรียบผู้อื่น
เด็กควรถือเป็นหลักปฏิบัติที่จะไม่แสดงความอิจฉาริษยา หรือกล่าวอ้างว่า การตัดสินนั้นไม่ยุติธรรม หรือพูดถึงกลวิธีอันตุกติกของคู่ต่อสู้ ในเมื่อชุดของตนเป็นฝ่ายแพ้ ไม่ว่าเขาจะรู้สึกผิดหวังสักเพียงใดก็ตาม เขาควรจะได้สรรเสริญหรือยกย่องผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น นี่คือการมีวินัยในตัวเองและความไม่เห็นแก่ตัวที่แท้จริง ถ้าทำได้ดังกล่าวจะส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกดี โดยทั่วไปอันเป็นทางที่ระงับเสียซึ่งอคติทั้งปวง
ข้าพเจ้าได้พบกองทหารที่ทะมัดทะแมงกองหนึ่ง ซึ่งมีทหารใหม่ได้รับการหัดอย่างซ้ำซากน้อยมาก ทหารในกองนี้ได้เห็นวิธีปฏิบัติตนในแถวเพียงครั้งเดียว และได้รับคำสั่งว่าถ้าสามารถปฏิบัติได้เช่นนั้นเป็นนิสัย จะปล่อยให้ออกไปสนุกสนานและปฏิบัติหน้าที่เหมือนทหารเก่าที่ได้ฝึกดีแล้ว เป็นหน้าที่ของทหารใหม่เหล่านั้นเอง ที่จะต้องฝึกปฏิบัติตนให้กระฉับกระเฉงว่องไว แทนที่จะมัวเสียเวลาทำการหัดอย่างซ้ำซากอยู่เป็นเดือนๆ ทหารใหม่ต่างผลัดกันฝึกกันและกันจนสามารถผ่านพ้นการเป็นทหารใหม่ได้ภายในไม่ถึงกึ่งเวลาที่กำหนดไว้ตามปกติ
เรื่องการศึกษานั้นตรงกันข้ามกับการสั่งให้ทำ ผลของการศึกษาเกิดขึ้นจากการให้ความทะเยอทะยาน และความรับผิดชอบแก่บุคคลเอง และนี่เป็นวิธีเดียวที่ข้าพเจ้าเชื่อว่า ผู้กำกับลูกเสือทั้งหลายจะสามารถก่อให้พัฒนาขึ้นแก่เด็กได้
ในที่สุดการเล่นตามธรรมชาติ อากาศสดชื่น อาหารอันเป็นประโยชน์และการพักผ่อนอย่างพอเพียง จะช่วยเด็กให้มีสุขภาพดี ยิ่งกว่าการหัดอย่างซ้ำซากแบบทหาร หรือทางพลศึกษา
ชีวิตกลางแจ้ง
ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้มีโอกาสเห็นการฝึกพลศึกษาที่มีระเบียบดีมากของกองลูกเสือกองหนึ่ง ณ ที่ตั้งกองอำนวยการของเขา
ท่าที่นำมาสอนเป็นท่าใหม่ การสอนก็ดี แต่อนิจจาอากาศไม่ดี ถ้ากล่าวอย่างเบาๆ ก็ว่า “ อุดอู้ ” เพราะไม่มีทางระบายลมเลย เด็กๆ ต่างทำงานกันอย่างเครื่องจักร แต่ความจริงคล้ายกับจะไม่ได้ทำงานกัน เพราะกำลังสูดอากาศเสียเข้าไปแทนอากาศดี ซึ่งจะช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น
อากาศสดชื่นนั้นช่วยให้เกิดผลเข้าไปกึ่งหนึ่งแล้วในการออกกำลังกาย การรับอากาศสดชื่นอาจทำได้ทางผิวหนังเช่นเดียวกับทางจมูก แน่นอนชีวิตกลางแจ้งเป็นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ ความมุ่งหมายของการลูกเสือก็เพื่อพัฒนานิสัยชีวิตกลางแจ้งให้มากที่สุดที่จะมากได้
ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้ถามผู้กำกับลูกเสือผู้หนึ่งว่า ในเมืองใหญ่ๆ เขาจัดให้เด็กเดินทางไกลในวันเสาร์อย่างไร ไปแถวสวนสาธารณะหรือตามชนบท
เขาไม่ได้กระทำอย่างที่ข้าพเจ้าคาดหมายเลย ทำไมเล่าเพราะเด็กของเขาไม่สนใจเรื่องเดินทางไกล เด็กสมัครใจพากันมายังห้องประชุมในตอนบ่ายวันเสาร์
ถูกละเด็กสมัครใจจริงๆ เพราะเขาชินต่อการอยู่ในร่มเสียแล้ว น่าสงสารมาก ลูกเสือเราต้องช่วยกันป้องกันวิธีการดังว่านี้เพราะวัตถุประสงค์ของเราต้องการฝึกให้เด็กมีนิสัยปลีกไปเสียจากในร่มและออกไปสนุกสนานกับชีวิตกลางแจ้ง
อเล็กซานเดอร์ ดูมาร์ (บุตร) เขียนไว้ว่า “ถ้าข้าพเจ้าได้เป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสเมื่อใด ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้ามาในเมือง เพราะเด็กในวัยนั้นควรจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในกลางแจ้ง อยู่กลางแดด อยู่ในทุ่ง ในป่า อยู่รวมกับเหล่าสุนัขและม้า เผชิญต่อธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีปฏิภาณ เสริมความเข้าใจ เพาะความงาม ความไพเราะให้แก่วิญญาณ และปลุกใจให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งมีค่าล้ำกว่าหนังสือไวยากรณ์ใดๆ ทั้งหมดในโลก
เด็กจะเข้าใจเสียงอึกทึกต่างๆ เช่นเดียวกับเข้าใจความเงียบสงัดของกลางคืน เด็กจะได้รับส่วนที่ดีที่สุดของศาสนาซึ่งพระเจ้าจะเผยให้เด็กเห็นผลงานมหัศจรรย์ของพระองค์
และเมื่ออายุครบ 12 ปี ร่างกายเด็กจะแข็งแรง มีจิตใจสูง และพร้อมที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ เด็กจะสามารถรับเอาการสอนซึ่งเหมาะแก่วัยของเขา การปลูกฝังนิสัยที่ดีจะสัมฤทธิ์ผลได้โดยง่ายในเวลาเพียง 4 หรือ 5 ปีเท่านั้น
แต่ช่างโชคร้ายของเด็กเสียจริงๆ แม้จะเป็นโชคดีสำหรับประเทศฝรั่งเศส ที่ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นกษัตริย์
สิ่งที่ข้าพเจ้าสามารถบันดาลให้ได้ก็เพียงแต่ในคำแนะนำและเสนอแนะวิธีการเท่านั้น วิธีการนั้นก็คือจงทำให้การพลศึกษาเป็นก้าวแรกของชีวิตเด็กเถิด”
ในด้านการลูกเสือเล่า ถ้าเรายึดหลักการของเราอยู่ เราก็ควรจะดำเนินการไปตามทางนี้อย่างจริงจัง ชีวิตกลางแจ้งเป็นวัตถุประสงค์อันแท้จริงของการลูกเสือ และเป็นเสมือนกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จ แต่ถ้าคลุกคลีกับชีวิตในเมืองมากไป เราก็มักจะมองไม่เห็นวัตถุประสงค์ และหวนกลับไปสู่สภาพเดิม
เราไม่ใช่สโมสร ไม่ใช่โรงเรียนวันอาทิตย์ แต่เป็นโรงเรียนในป่าไม้ เราจึงต้องใช้เวลาอยู่ในกลางแจ้งให้มากยิ่งขึ้น เพื่อสุขภาพของเราทั้งทางกายและทางใจ ทั้งของลูกเสือและผู้กำกับลูกเสือ
ค่ายพักแรมเป็นสิ่งที่เด็กต่างชะเง้อมองหาในการลูกเสือและเป็นโอกาสอย่างใหญ่ยิ่งของผู้กำกับลูกเสือ
ค่ายพักแรมมักดึงดูดใจเด็กทุกคนด้วยชีวิตกลางแจ้งและรสนิยมของป่าเขาลำเนาไม้ ด้วยเครื่องมือหุงอาหารที่ประดิษฐ์ขึ้น ด้วยการเล่นในป่าหรือชายทุ่ง การสะกดรอย การหาทาง การบุกเบิก ตลอดจนความลำบากเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องเผชิญ และการร้องเพลงเล่นรอบกองไฟอันสนุกสนาน เราต้องการสถานที่กลางแจ้งที่เป็นที่ดีของเราเอง เพื่อทำเป็นที่ตั้งค่ายถาวร สะดวกที่จะให้ลูกเสือใช้ เพราะเมื่อขบวนการของเราใหญ่โตขึ้น สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสถาบันประจำแก่ศูนย์การอบรมลูกเสือทุกแห่งทีเดียว
นอกจากจะให้บริการตรงต่อจุดมุ่งหมายอันใหญ่ยิ่งนี้แล้ว ค่ายพักแรมเหล่านี้ยังมีคุณค่าถึง 2 ประการ คือ เป็นศูนย์ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ลูกเสือ ซึ่งจะได้รับความรู้ในวิชาอยู่ค่ายพักแรมและธรรมชาติศึกษาประการหนึ่ง และที่สำคัญที่สุด คือเป็นสถานที่ปลูกฝังเจตนารมณ์ชีวิตกลางแจ้งขึ้น นั่นคือภราดรภาพแห่ง ผู้นิยมไพรทั้งหลาย
ในอดีตเราได้ที่ดินมาใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และที่ตั้งค่ายพักแรมของลูกเสือและที่ตั้งค่ายพักแรมของลูกเสือ ที่ดินตั้งค่ายถาวรเหล่านี้ได้พิสูจน์คุณค่าของมันให้เห็นประโยชน์แล้วเป็นอย่างดี แต่เรายังต้องการอีกมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่ที่ดินรอบๆ ตัวเมืองเราจะถูกผู้มีเงินซื้อหาทำเป็นที่ก่อสร้างเสียหมดสิ้น
ข้าพเจ้าใช้สำนวนว่า “ชีวิตในการอยู่ค่ายพักแรม” โดยระลึกว่า “ชีวิตในการอยู่ค่ายพักแรม” นั้นแตกต่างกับ “การมีชีวิตอยู่ภายใต้ผืนผ้าใบ”
ข้าพเจ้าได้พบค่ายพักแรมของโรงเรียนแห่งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีกระโจมพักติดตั้งขึ้นอย่างสวยงามเป็นแถวเป็นแนวตรงกัน มีกระโจมอาหารใหญ่ มีที่พักสำหรับคนครัวอย่างเรียบร้อย มีทางเดินปูด้วยอิฐ มีเรือนไม้สำหรับเป็นที่อาบน้ำและส้วม รู้สึกว่าได้วางแผนไว้อย่างดีและจัดสร้างโดยผู้รับเหมา เจ้าหน้าที่ผู้จัดการได้จ่ายเงินก้อนหนึ่งเพื่อเป็นทุนการก่อสร้าง ดูมันเป็นของง่ายและเป็นธุรกิจมาก
ข้อแย้งของข้าพเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอย่างเดียวก็คือ มันไม่ใช่การอยู่ค่ายพักแรม การอยู่ภายใต้ผืนผ้าใบ เป็นคนละเรื่องกับการอยู่ค่ายพักแรมที่แท้จริง การอยู่ภายใต้ผืนผ้าใบซึ่งมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมบริบูรณ์นั้น ใครๆ ก็อยู่ได้ แม้แต่ลาโง่แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว เขาควรอยู่กับบ้านจะได้รับประโยชน์มากกว่า
ในการลูกเสือเรารู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดูดใจเด็ก และขณะเดียวกันเป็นการศึกษาแก่เด็กด้วย สิ่งนั้นก็คือการอยู่ค่ายพักแรมที่แท้จริง เด็กตระเตรียมการอยู่ค่ายพักแรมของตนเอง หมายถึง การจัดตั้งกระโจมพักของเขาเองและหุงหาอาหารของตนเอง
การที่หมู่เลือกตั้งกระโจมแยกกันและในที่ต่างๆ กัน จัดหาน้ำดื่มและหาฟืน จัดที่อาบน้ำ ที่ทำครัวกลางแจ้ง ส้วม ขุดหลุมสำหรับทิ้งเศษอาหาร และจำพวกไขมัน ฯลฯ การใช้เครื่องมือในการอยู่ค่ายพักแรม และการทำเครื่องมือเครื่องใช้ในการอยู่ค่าย ตลอดจนม้านั่งและโต๊ะ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความสนใจและได้ฝึกหัดตนเองอย่างล้ำค่า
เมื่อท่านมีเด็กพักอยู่ภายใต้ผืนผ้าใบเป็นจำนวนมาก ท่านก็จำต้องหันเข้าหาวิธีหัดอย่างซ้ำซาก และให้การสอนพิเศษเพื่อเป็นทางให้เด็กเป็นจำนวนมากให้มีงานทำ แต่ถ้ามีเพียง 2-3 หมู่ นอกจากงานในค่ายตามปกติซึ่งใช้เวลามากอยู่แล้ว ก็ยังมีโอกาสให้การศึกษาแก่เด็กในธรรมชาติศึกษาติดต่อกันไปด้วย นอกจากนั้นยังช่วยพัฒนาสุขภาพทางกายและทางใจของเด็กด้วยการเดินทางไกลและวิ่งข้ามทุ่งและชีวิตกลางแจ้งในป่าไม้อีกด้วย
การอยู่ค่ายพักแรมเป็นของจำเป็นสำหรับการฝึกอบรมลูกเสือในกอง ในการอยู่ค่ายพักแรมนั้นทุกคนต้องทำงาน ค่ายพักแรมมิใช่สถานที่ที่เด็กจะไปเกียจคร้านไม่มีจุดหมายอะไร
ค่ายพักแรมที่ดีเลิศตามธรรมอุดมคติของข้าพเจ้า คือเมื่อทุกคนเข้าไปอยู่แล้ว ร่าเริงและทำงานให้ยุ่งไปหมด ทุกหมู่ไม่มีใครเข้ามาเกี่ยวข้อง นายหมู่และลูกเสือทุกคนมีความภาคภูมิใจในค่ายพักของตน ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ของเขาอย่างแท้จริง
ในค่ายเล็กๆ หลายสิ่งหลายอย่างจะทำได้โดยผู้กำกับลูกเสือแสดงตัวอย่าง เพราะท่านอยู่กับเด็ก เด็กทุกคนจะจับตาดูท่านและทำตามท่านอย่างไม่รู้สึกตัว บางทีท่านเองก็ไม่ได้สังเกตด้วย ถ้าท่านเกียจคร้าน พวกเด็กๆ ก็จะเกียจคร้านด้วย ถ้าท่านชอบความสะอาด เขาก็จะทำความสะอาดตามเช่นเดียวกัน ถ้าท่านมีหัวในการจัดทำอุปกรณ์ค่าย เขาก็จะพยายามเป็นผู้ประดิษฐ์แข่งขันกับท่าน และอื่นๆ อีก
แต่ท่านอย่าทำเองให้มากเกินไป จงให้เด็กได้ทำเองบ้าง แล้วคอยจับตาดูว่าเขาทำกันอย่างไร จงระลึกถึงคติพจน์ที่ว่า “เมื่อท่านใคร่จะได้เห็นงานการอย่างหนึ่งอย่างใด ทำแล้วเสร็จ จงอย่าทำเสียเอง”
เราไม่ต้องการเพียงค่ายพักแรมที่สะอาดและถูกอนามัยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่แห่งท้องถิ่นเท่านั้น แต่เราต้องการค่ายพักแรมที่มีเด็กปฏิบัติงานใกล้เข้าไปกับชีวิตและการเผชิญภัยของชาวป่าจริงๆ
การว่ายน้ำ การพายเรือเล็ก และการส่งสัญญาณ
การว่ายน้ำคุณประโยชน์ของการว่ายน้ำ เมื่อเทียบกับการบริหารภายในลักษณะอื่นๆ แล้วมีดังต่อไปนี้
เด็กมีความพอใจและใคร่ที่จะหัด
เด็กมีโอกาสฝึกความสะอาด
เด็กฝึกความกล้าหาญจากการเรียนรู้ศิลปะนี้
เด็กมีความเชื่อมั่นในตัวเองที่ว่ายน้ำเป็น
เด็กได้พัฒนาช่วงอกและอวัยวะเกี่ยวกับการหายใจ
เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อทุกส่วน
เด็กได้รู้จักวิธีช่วยชีวิตและคอยหาโอกาสปฏิบัติงานบริการนี้
การพายเรือเล็กเป็นการเพาะกล้ามเนื้อได้อย่างดีเลิศ และจูงใจลูกเสือเป็นอย่างมาก ปกติจะให้เด็กพายเรือเล็กเล่นได้ต่อเมื่อว่ายน้ำเป็นแล้ว ดังนั้นการพายเรือเล็กจึงทำให้เด็กเป็นจำนวนมากพยายามว่ายน้ำ ให้เป็น
การส่งสัญญาณ การฝึกหัดการส่งสัญญาณ เป็นการฝึกสติปัญญาของเด็ก ในเวลาเดียวกันได้ให้เด็กออกกำลังกายอย่างมีคุณค่าด้วย เพราะการฝึกเป็นชั่วโมงๆ นั้น ได้มีการบิดตัวและใช้แขนทำงานและฝึกสายตาไปด้วยในตัว แต่ต้องปฏิบัติกลางแจ้งจึงจะได้ผลดี ไม่ใช่เป็นการฝึกในร่มอันไม่ตรงกับจุดมุ่งหมายหรือขาดความดึงดูดใจ
มีปัญหาข้อสงสัยอะไรก็ถามมาได้เลยนะครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีครับ.